หมวดหมู่: บทวิเคราะห์

บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส : บทวิเคราะห์ตลาดหุ้นรายวัน 5-6-2020dbs

ติดตามเงินไหลเข้า-ประชุมโอเปก-หุ้นเพื่อนบ้านเริ่มลง

  • หุ้นที่เปลี่ยนคำแนะนำทางปัจจัยพื้นฐานวันนี้ : PTTEP (จากถือเป็นซื้อ)

ภาวะตลาดและปัจจัยก่อนหน้า : SET วันพฤหัสทะยานต่อ มี Flow เข้ามาในเอเซีย ปิด +36.83 จุด ที่ 1411.01 จุด มูลค่าซื้อขายสูงมาก 122.6 พันลบ.ตลาดปรับขึ้นดีกว่าภูมิภาค มีเม็ดเงินไหลเข้า ต่างชาติซื้อสุทธิต่อเนื่อง ยังรับข่าวบวกจากการคลายล็อกดาวน์ไทยและทั่วโลก ช่วยให้เศรษฐกิจฟื้นตัว ช่วงบ่ายมีข่าวดีกระตุ้นการท่องเที่ยว และคลายล็อกดาวน์ระยะ 4 หุ้นแบงก์โดดเด่น ซื้อสุทธิมาก-สถาบัน ขายสุทธิมาก-รายย่อย ต้นปีถึงปัจจุบันต่างชาติขายลดลงเป็น 188 พันลบ.

# ปัจจัยและกลยุทธ์:

SET ติดตามเงินไหลเข้าจากต่างประเทศ บาทยังแข็ง การจ้างงานนอกภาคการเกษตรประกาศคืนนี้ ปัจจัยบวกคือ ตัวเลขยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกต่ำกว่า 2 ล้านรายครั้งแรกตั้งแต่ มี.ค.63 ECB เพิ่มวงเงินซื้อพันธบัตร 6 แสนล้านยูโร ดาวโจนส์ +11.9 จุด น้ำมันวานนี้บวกเล็กน้อย แม้วานนี้ไม่มีประชุมโอเปก แต่ยังคาดว่าจะเป็นสัปดาห์นี้ เช้านี้ดาวโจนส์ล่วงหน้าปรับขึ้นได้ ดัชนีกังวลอยู่ในระดับต่ำ 25.8 จุด ส่วนไทยดัชนีความเชื่อมันผู้บริโภคฟื้นตัวครั้งแรกในรอบ 15 เดือน ส่วนปัจจับลบคือ ตัวเลขขาดดุลการค้าสหรัฐพุ่ง ส่งออกแย่ ทองคำกลับมาปรับขึ้นดี เช้านี้ตลาดหุ้นเพื่อนบ้านเป็นลบหลายตลาด น้ำมันล่วงหน้าลดลง ด้านไทย CPI พ.ค.ต่ำสุดในรอบเกือบ 11 เดือน กังวลเงินฝืด และผลการประชุม กนง. 20 พ.ค. แนวโน้มเศรษฐกิจไทยปี 63 หตตัวมากกว่าคาด กลยุทธ์ระยะสั้น เข้าไว-ออกไว เล่นรอบ คาดดัชนีซื้อ-ขายในกรอบ 1390-1430 จุด ระมัดระวังกลุ่มธนาคารมากขึ้น หลังราคาหุ้นปรับขึ้นเร็วเกินกว่าพื้นฐาน กลุ่มพลังงานติตตามการประชุมโอเปกหลังไม่แน่นอนว่าจะมีวันไหน วานนี้ไม่มี แต่ยังคาดว่าจะเป็นสัปดาห์นี้ ระยะนี้เก็งกำไร SET-50, SET-100 เข้า-ออก ประกาศกลาง มิ.ย.63 ด้านกลยุทธ์ระยะกลาง-ยาว คือ เศรษฐกิจโลกและไทยไม่สดใส จึงแนะนำทยอยถอยรับหลักทรัพย์พื้นฐานดีที่แนะนำซื้อ Defensive- ADVANC,CHG ปันผลสูง-KKP,TISCO,LH เติบโต-ฟื้นตัว- MTC,DELTA,TASCO กลุ่มพาณิชย์เด่นจากการคลายล็อกดาวน์ เพิ่มระยะเวลาปิดห้างฯ- CPALL,HMPRO ราคาเนื้อสัตว์ดี- CPF ขนส่ง- หุ้นกลับมาฟื้นตัวเร็ว BEM,BTS หุ้นกลุ่ม REITs & IFFs ปันผลสูง ขณะที่อัตราดอกเบี้ยในตลาดต่ำ- DIFF,AIMIRT,HREIT หุ้นได้ประโยชน์จะคลายล็อคดาวน์ระยะที่ 4- RS,GRAMMY,PLANB,IMPACT,SISB ติดตามผลการคลายล็อกดาวน์ระยะที่ 3 จะมี SECOND WAVE หรือไหม่ ทราบผลราว 15 มิ.ย.63 ซึ่งเริ่มมาตั้งแต่ 1 มิ.ย.63 (ฟักตัว 14 วัน) และอาจเก็งกำไรกลุ่มเดินทาง-ท่องเที่ยว สายการบิน หลัง ททท.จะของบรัฐผ่านครม.สัปดาห์หน้า แนวรับคือ 1360-1340 จุด และ แนวต้าน 1420-1430 จุด ส่วนตัดขาดทุนต่ำกว่า 1390 จุด

# Stock Pick Today :

IMPACT ฟื้นคืนชีพ คลายล็อคดาวน์ระยะ 4 ศบค.เตรียมเสนอปลดล็อกธุรกิจสีแดง รวมทั้งศูนย์แสดงสินค้า คอนเสิร์ทและอีเวนท์ ทำให้กองทรัสต์ฯกลับมาดำเนินการได้ จุดเด่นคือ สินทรัพย์เป็น Free Hold มีพื้นที่ศูนย์แสดงสินค้าและอีเวนต์ต่างๆใหญ่ที่สุดในเอเซีย มีส่วนครองตลาดมากกว่าครึ่งหนึ่งของทั้งตลาดไทย และในอนาคตจะมีรถไฟฟ้าสายสีชมพูพาดผ่านในโครงการด้วย ทำให้การเดินทางสะดวกมากยิ่งขึ้น ปันผลดี แนะนำซื้อ ราคาพื้นฐาน 19.50 บาท

การวิเคราะห์ทางเทคนิค: สั้น...ภาพเป็นบวก อาจมีรีบาวด์สั้นๆก่อนได้ แต่ยังให้น้ำหนักกับการลงในระยะกลาง ระยะสั้น สัญญาณ Candlestick &Indicators เป็นบวก แบบพร้อมเปลี่ยนเป็นลบตามมา {“ปิดบวกแรงเหนือ“SMA10วันต่อ (แต่ติดแนวต้านสำคัญและมีโครงสร้างขาลง ระยะกลางกดดัน)} ชี้ความน่าจะเป็นของตลาดฯวันนี้แกว่งแบบมีรีบาวด์ฯสั้นๆก่อน(แล้วจึงลงต่ำ,ตามมา)ได้ แนวต้าน 1420 (หรือ 14301440) จุด {แนวตัดขาดทุน ต่ำกว่า 1390”(แนวรับย่อย 1360 / 13401320”) จุด}

Thailand Research Team : reseach-th.dbs.com

Inside Story

Key Drivers TODAY : ปัจจัยต่างประเทศ / ปัจจัยในประเทศ

Company Guide : PTTEP (ซื้อ -ราคาพื้นฐาน 101.00)

Flash Note : HANA (ถือ -ราคาพื้นฐาน 28.25)

In The News : ข่าวเด่นวันนี้

Turnover List Watch : คาดสัปดาห์นี้ไม่มีหลักทรัพย์ติด Cash Balance-ติดตาม DW

Key Drivers TODAY

ปัจจัยต่างประเทศ

+ สหรัฐ: ผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลงต่ำกว่า 2 ล้านรายครั้งแรกตั้งแต่ มี.ค.63

# กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกจำนวน 1.877 ล้านรายในสัปดาห์ที่แล้ว โดยลดลงต่ำกว่าระดับ 2 ล้านรายเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่กลางเดือนมี.ค. ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าตลาดแรงงานสหรัฐได้ผ่านพ้นภาวะเลวร้ายที่สุดที่เกิดจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 แม้ตัวเลขดังกล่าวสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ1.8 ล้านราย

+ ธนาคารกลางยุโรป (ECB): วานนี้มีโครงการซื้อสินทรัพย์เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจอีก 600 พันล้านยูโร

# ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ได้เพิ่มมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในประชุมวานนี้ มีโครงการซื้อสินทรัพย์คือพันธบัตรเพื่อสู้วิกฤติโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบทางลบต่อเศรษฐกิจยุโรปอีก 600 พันล้านยูโร รวมยอดทั้งหมดเป็น 1,350 พันล้านยูโรแล้วคงอัตราดอกเบี้ยวันนี้ และยังได้ขยายเวลาในการซื้อพันธบัตรตามโครงการ PEPP จากสิ้นปีนี้ออกไปจนถึงเดือนมิ.ย.2564

- สหรัฐ: ตัวเลขขาดดุลการค้าของสหรัฐพุ่งขึ้นในเดือนเม.ย. เพราะโควิด-19

# กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ตัวเลขขาดดุลการค้าของสหรัฐพุ่งขึ้นในเดือนเม.ย. โดยการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ได้สกัดการไหลเวียนของสินค้าและบริการในตลาดโลก ส่งผลให้การส่งออกของสหรัฐดิ่งลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ10 ปี ทั้งนี้ ตัวเลขขาดดุลการค้าของสหรัฐพุ่งขึ้น 16.7% สู่ระดับ 4.94 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนเม.ย. และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 4.90 หมื่นล้านดอลลาร์ และการส่งออกทรุดตัวลง 20.5% สู่ระดับ 1.513 แสนล้านดอลลาร์ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย.2553

  • สหรัฐ: จับตาการเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนพ.ค.วันนี้

# นักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนพ.ค.ของสหรัฐในวันนี้อย่างใกล้ชิด ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรจะลดลง 8.33 ล้านตำแหน่ง และคาดว่าอัตราการว่างงานจะพุ่งขึ้นสู่ระดับ 19.5%

+ ตลาดหุ้นสหรัฐ: ดาวโจนส์ปิดบวก 11.93 จุด รับมุมมองศก.สดใส, ECB ออกมาตรการกระตุ้นศก.

# ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (4 มิ.ย.) เนื่องจากนักลงทุนยังคงมีมุมมองเป็นบวกต่อแนวโน้มเศรษฐกิจ หลังจากตัวเลขผู้ขอสวัสดิการว่างงานในสหรัฐลดลงสู่ระดับต่ำกว่า 2 ล้านรายเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่กลางเดือนมี.ค. นอกจากนี้ ตลาดยังขานรับการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของธนาคารกลางยุโรป (ECB) อย่างไรก็ดี ดัชนีS&P500 และ Nasdaq ปิดในแดนลบเป็นวันแรกในรอบ 4 วันทำการ เนื่องจากนักลงทุนเทขายทำกำไรก่อนที่กระทรวงแรงงานสหรัฐจะเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนพ.ค.ในวันนี้

+ น้ำมัน: WTI ปิดบวก 12 เซนต์ นักลงทุนรอความชัดเจนประชุมโอเปกพลัส

# สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกเล็กน้อยเมื่อคืนนี้ (4 มิ.ย.) ขณะที่นักลงทุนรอความชัดเจนเกี่ยวกับการจัดประชุมของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และชาติพันธมิตร หรือโอเปกพลัส ขณะที่มีรายงานข่าวว่ากลุ่มโอเปกพลัสจะยังคงจัดการประชุมในสัปดาห์นี้

# นักลงทุนรอดูความชัดเจนเกี่ยวกับการจัดประชุมของกลุ่มโอเปกพลัส หลังจากไม่มีการจัดประชุมเมื่อวานนี้ ขณะที่สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า การประชุมของกลุ่มโอเปกพลัสในสัปดาห์นี้ยังคงมีความเป็นไปได้ หากอิรักและสมาชิกอื่นของโอเปกพลัสยืนยันที่จะปฏิบัติตามข้อตกลงในการปรับลดกำลังการผลิตมากขึ้น

  • ทองคำ: ปิดพุ่ง $22.6 รับ ECB กระตุ้นศก., ดอลล์อ่อนหนุนตลาด

# สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนนี้ (4 มิ.ย.) โดยได้ปัจจัยหนุนจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของธนาคารกลางยุโรป (ECB) นอกจากนี้ การที่ตลาดหุ้นทั่วโลกอ่อนแรงลงยังเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้นักลงทุนกลับเข้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย

ปัจจัยในประเทศและข่าวหลักทรัพย์

-เงินเฟ้อพ.ค.ลดต่ำสุดรอบเกือบ 11 ปี คาดทั้งปีติดลบ

# กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผย ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป (CPI) หรืออัตราเงินเฟ้อ ในเดือน พ.ค.63 อยู่ที่ 99.76 ลดลง -3.44%จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเป็นการหดตัวในรอบ 10 ปี 11 เดือน แต่เมื่อเทียบเดือน เม.ย.63 ขยายตัว 0.01% โดยในช่วง 5 เดือนแรก (ม.ค.-พ.ค.) ของปี 63 เฉลี่ย -1.04% ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์คาดการณ์ว่า อัตราเงินเฟ้อ ทั้งปี 2563 จะเคลื่อนไหวอยู่ระหว่าง -1.0 ถึง -0.2% (ค่ากลางอยู่ที่ -0.6%) (อินโฟเควสท์)

# ผลกระทบ: เป็นลบ สิ่งที่ไม่ดีคือ หากเกิดภาวะเงินฝืด จะทำให้เม็ดเงินในการจับจ่ายใช้สอยน้อยลง และเศรษฐกิจไทยชะลอตัวลง ตัวอย่างที่เห็นชัดคือ ญี่ปุ่น ปัจจัยลบที่เข้ามาคือ โควิด-19 ยกเว้นว่าจะคลี่คลายลงได้ในช่วง 2H63 หรือปลายปี กลุ่มหลักทรัพย์ที่ได้รับผลกระทบทางลบคือ พาณิชย์ สื่อสาร อาหารและอสังหาฯเป็นต้น แต่ช่วงนี้ SET ไม่ตอบรับทางลบ เพราะมีเงินไหลเข้ามาลงทุนจากต่างประเทศ อย่างไรก็ตามกลุ่มพาณิชย์ที่ยังแนะนำ ซื้อ เพราะมีปัจจัยเด่นเฉพาะตัวคือ CPALL และ HMPRO

+/- ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนพ.ค. 63 ฟื้นตัวครั้งแรกในรอบ 15 เดือน

# ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนพ.ค. 63ฟื้นตัวครั้งแรกในรอบ 15 เดือน หลังจากเริ่มผ่อนคลายธุรกิจบางส่วนได้ แต่ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคโดยรวมยังคงอยู่ในระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ จึงคาดว่าผู้บริโภคยังชะลอการใช้จ่ายไปอีกอย่างน้อย 3-6 เดือนนับจากนี้ไปจนกว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิดจะคลายตัวลง และมีการเปิดร้านค้า/กิจกรรมทางเศรษฐกิจหรือธุรกิจอย่างกว้างขวาง

-ธปท.เปิดเผยรายงานการประชุม กนง. เศรษฐกิจไทยปี 63 มีแนวโน้มหดตัวกว่าประมาณการเดิม

# ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยรายงานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ครั้งที่ 3/2563 เมื่อวันที่ 20 พ.ค.63 ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยในปี 63 มีแนวโน้มหดตัวกว่าประมาณการเดิมตามแนวโน้มเศรษฐกิจโลกและผลกระทบจากมาตรการควบคุมการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทั่วโลก ซึ่งภาวะเศรษฐกิจที่หดตัวมีผลกระทบต่อการจ้างงานและความเปราะบางด้านเสถียรภาพระบบการเงินมากขึ้น

+/- หุ้นเข้า-ออก SET50 SET100 ประกาศกลาง มิ.ย.63 มีผลครึ่งหลังปี 63

# จาก Consensus SET50 พบว่า (+) หุ้นเข้า: TTW, BPP (-) หุ้นออก: DELTA, BANPU

# ส่วน SET-100 พบว่า (+) หุ้นเข้า: ACE,WHAUP,DOHOME,TVO,SIRI,RBF,SISB,AAV

(-) หุ้นออก: DELTA,MBK,THG,THAI,STPI,BGC,SGP,PSL

นักวิเคราะห์&กลยุทธ์ : สมบัติ เอกวรรณพัฒนา : sombata@th.dbs.com

******************************************

 

line logotwitterLike1 Share3Like1 Share1กด Like - Share  เพจ Corehoon-Power Time เพื่อติดตามเคล็ดลับ ข่าวสาร เทรนด์ และบทวิเคราะห์ดีๆ อัพเดตทุกวัน คัดสรรมาเพื่อท่านนักลงทุนโดยเฉพาะ

 Click Donate Support Web

SAM720x100px bgGC 790x90

SME720 x 100banpu 720x90 new1 1

ooKbee1

corehoon NEW2

 

 

ข่าวล่าสุด!!