หมวดหมู่: บทวิเคราะห์

บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง : บทวิเคราะห์ตลาดหุ้นรายวัน 5-6-2020May

กลยุทธ์การลงทุนรายวัน

วานนี้ SET ปรับตัวขึ้นแรง ขานรับความคาดหวังเชิงบวกต่อกระแสเงินทุนไหลเข้า ซื้อพบว่ามีแรงเข้าซื้อมากในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ โดย ณ. สิ้นวัน SET ปิดที่ 1,411.01 (+36.83 จุด) มูลค่าการซื้อขาย 1.22 แสนล้านบาท (เทียบกับวันก่อนหน้า 7.1 หมื่นล้านบาท)

โดยนักลงทุนต่างชาติ ซื้อหุ้นไทย 2,469 ลบ. (นักลงทุนสถาบันซื้อ 3,879 ลบ.) ส่วนตลาด TFEX นักลงทุนต่างชาติเปิด Short Futures ที่ 6,347 สัญญา)

BDMS (ราคาเป้าหมาย 25.0 บาท) ผลการดำเนินงานคาดจะฟื้นตัวในช่วง 2H63 และคาดกำไรปี 2564 จะกลับมาขยายตัวแรงกว่า 49%YoY โดยในระยะสั้นเริ่มเห็นสัญญาณกระแสเงินทุนไหลเข้าทยอยสะสม เพิ่มาจิตวิทยาเชิงบวก

ECB เพิ่มวงเงินและระยะเวลาการซื้อพันธบัตร เพื่อเยียวยาเศรษฐกิจเพิ่มเติม : วานนี้ในการประชุม ECB มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับเดิม (อัตราดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์ที่ระดับ 0% ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์, อัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่ระดับ -0.50%, อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่ระดับ 0.25%) จากภาวะเศรษฐกิจของยูโรโซนที่ยังอ่อนแอ นอกจากนี้ยังมีการปรับเพิ่มวงเงินการซื้อพันธบัตรตามโครงการฉุกเฉิน (Pandemic Emergency Purchase Program, PEPP) อีกราว 6 แสนล้านยูโร ทำให้วงเงินรวมเพิ่มสู่ระดับ 1.35 ล้านล้านยูโร และขยายระยะเวลาในการเข้าซื้อสินทรัพย์ไปจนถึง มิถุนายน 2021 เป็นอย่างน้อย (จากเดิมที่สิ้นสุดสิ้นปี 2020) ปัจจัยดังกล่าวถือเป็นการช่วยเยียวยาต่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจในช่วงถัดไป ถือเป็นปัจจัยบวกต่อตลาดสินทรัพย์เสี่ยง ส่วนปัจจัยในประเทศวานนี้กระแสเงินทุนยังคงไหลเข้าไทยต่อเนื่องอีก 2,469 ล้านบาท ส่งผลให้สัปดาห์นี้ต่างชาติซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทยกว่า 5,952 ล้านบาท เราคาดว่ากระแสเงินทุนยังมีแนวโน้มไหลเข้า ส่งผลบวกต่อตลาดหุ้นไทยแกว่งขึ้น โดยเป้าหมาย Fund Flow รอบนี้ยังคงเน้น หุ้น Big Cap ในกลุ่มพลังงาน, ธนาคาร เป็นต้น ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจวันนี้ที่น่าติดตาม แนะจับตาการจ้างงานนอกภาคเกษตร US โดยตลาดคาดหดตัว -7.5 ล้านตำแหน่ง  

Investment Strategy :

วันนี้คาด SET แกว่ง sideway ในกรอบแนวรับ 1,400 ต้าน 1,430 จุด เน้นหุ้นอิงกระแสเงินทุนไหลเข้า โดย ATO Picks วันนี้แนะนำ “BDMS, KBANK, CK”

SET แนวรับ : 1400/1394

แนวต้าน : 1417/1460

SET Index การขึ้นอาจชะลอ เพื่อลดความร้อนแรง

SET Index ปิดที่ระดับ 1411.01 จุด
(+36.83 จุด)

  • ต่างชาติเข้ามาหุ้นไทยอย่างต่อเนื่อง (เมื่อวันที่ 4 มิ.ย. 2563 ซื้อสุทธิ 2,469.57 บาท)
  • วันนี้การขึ้นอาจชะลอ เพื่อลดความร้อนแรง ก่อนที่จะขึ้นใหม่อีกครั้ง

กลยุทธ์การลงทุน

มีหุ้น : ถือรันเทรน วาง Trailing Stop ที่บริเวณ 1394 จุด

ไม่มีหุ้น : เล่นตามโมเมนตัม หลังทะลุ 1410 จุด รอขายที่แนวต้าน 1417 จุด หลุด 1394 ชะลอการลงทุน

SAT คาดรายได้ปีนี้ทรุด 30-40% รับผลกระทบโควิด-ศก.ชะลอตัว (ข่าวหุ้น)

ความเห็น : ปี 2563 จะถูกกระทบจาก Covid-19 อย่างหนัก รายได้มีแนวโน้มปรับลดลง 30-40% ทำให้กำไรปี 2563 จะลดลง 45%-60% โดยเฉพาะ 2Q63 จะพลิกมาขาดทุน แต่ SAT มีเงินสดในมือสูงถึง 2 พันล้านบาท คาดปี 2564 จะฟื้นตัว คงแนะนำ ซิ้อลงทุน แต่รอจังหวะผ่านจุดต่ำสุดใน 2Q63 ก่อน

TPIPP ลุ้นคว้ากำลังผลิตเพิ่ม 70MW ปักหมุดรายได้ปีนี้ 1.3 หมื่นลบ. (สำนักข่าวอินโฟเควสท์)

ความเห็น : แนวโน้มผลประกอบการ 2Q63 และ ช่วงที่เหลือของปีจะฟื้นตัวดีขึ้นจากการเพิ่มประสิทธิภาพ ด้วยการเพิ่ม Boiler ปีนี้คาดหวังงานประมูลโรงไฟฟ้าใหม่ประมาณ 4 โครงการ เป็น VSPP 3 โครงการ และ SPP 1 โครงการ จะทำให้กำลังการผลิตขายไฟให้การไฟฟ้าเพิ่มจาก 180MW เป็น 276MW ในปี 2566 คงแนะนำ ซื้อลงทุน เป้าหมาย 5 บาท

TPI Polene Power PCL (TPIPP)

กำไรจะดีขึ้น คาดหวังโครงการใหม่เพิ่ม

Company Update

ประเด็นการลงทุน

แนวโน้มผลประกอบการ 2Q63 และ ช่วงที่เหลือของปีจะฟื้นตัวดีขึ้นจากการเพิ่มประสิทธิภาพ ด้วยการเพิ่ม Boiler ปีนี้คาดหวังงานประมูลโรงไฟฟ้าใหม่ประมาณ 4 โครงการ เป็น VSPP 3 โครงการ และ SPP 1 โครงการ จะทำให้กำลังการผลิตขายไฟให้การไฟฟ้าเพิ่มจาก 180MW เป็น 276MW ในปี 2566 เราประเมินราคาเป้าหมาย ด้วยวิธี DCF (WACC = 8.4%) ได้เท่ากับ 5 บาท ราคาหุ้นซื้อขาย P/E ปี2563 ต่ำ 7.4 เท่า และ ปันผลดี 6.8% (สมมติปันผล 50% ของกำไร) คงแนะนำ ซื้อลงทุน    

ปี 2563 คงเป้าหมายรายได้ 13,000 ล้านบาท

TPIPP ได้จัดงานบริษัทจดทะเบียนพบผู้ลงทุนเมื่อวาน (4 มิ.ย.) ผู้บริหารคงเป้าหมายยอดรับรู้รายได้ในปีนี้ 13,000 ล้านบาท หรือ เติบโต 23% แรงหนุนการติดตั้ง Boiler เพิ่ม B13-B15 จะทำให้ขายไฟให้การไฟฟ้าได้เต็มประสิทธิภาพมากขึ้น สำหรับประมาณการของเราประเมินรายได้ 11,276 ล้านบาท โต 7% และ มีกำไร 4,584 ล้านบาท ติดลบเล็กน้อย 1% สำหรับแนวโน้มกำไร 2Q63 และ ช่วงที่เหลือของปี คาดจะดีขึ้นจาก 1Q63 ซึ่งมีอุบัติเหตุสายส่งถึง 3 ครั้งในเดือน มี.ค.    

คาดหวังปีนี้จะได้โรงไฟฟ้าโครงการใหม่ 4 แห่ง

การประมูลโครงการในอนาคต ภายใต้แผนการเปิดประมูลโรงไฟฟ้าจากขยะจำนวน 500MW จะมีประมาณ 40 โรง แบ่งเป็น โรงไฟฟ้า VSPP 30 โรง โรงไฟฟ้า SPP 5-10 โรง ในปีนี้ทาง TPIPP คาดจะมีการเปิดประมูลประมาณ 10-12 โรง โดยทาง TPIPP คาดหวังจะได้ 4 โรง แบ่งเป็น VSPP 3 โรง และ SPP 1 โรง โดยมีระยะเวลาก่อสร้าง 2-2.5 ปี ดังนั้น ในปี 2566 ทาง TPIPP คาดหวังจะจ่ายไฟให้การไฟฟ้าเพิ่มจาก 180MW เป็น 276MW รวมถึงจะได้ค่ากำจัดขยะเพิ่ม นอกจากนี้ยังมีโครงการขยายกำลังการผลิตเพื่อขาย RDF ให้ TPIPL จะช่วยเพิ่มรายได้ 350-450 ล้านบาทต่อปี

การลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ ยังรอความชัดเจนของ ศอ.บต อำเภอจะนะ

จากหมายเหตุประกอบงบปี 2561-62 TPIPP ได้มีการซื้อที่ดิน 5.5 พันล้านบาท คิดเป็นเนื้อที่มากกว่า 16,000 ไร่ ซึ่ง มติ ครม. มีโครงการเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา หรือ โครงการ Southern Seaboard ซึ่งโครงการนี้จะมีนิคมอุตสาหกรรม ท่าเรือน้ำลึก และ โรงไฟฟ้า LNG ขนาด 1,700MW โดยมีมูลค่าโครงการ ประมาณ 2 แสนล้านบาท ทำให้ TPIPP มีความได้เปรียบจากมีพื้นที่ที่เหมาะสำหรับลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ โดยโครงการที่ TPIPP มีความถนัด คือ โรงไฟฟ้าจะลงทุนเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ส่วนโครงการที่ไม่ถนัด คือ ท่าเรือน้ำลึก และ นิคมอุตสาหกรรม อาจจะเป็นลักษณะร่วมลงทุน ปัจจุบันกำลังรอความชัดเจนจาก ศอ.บต. อีกที ซึ่งทาง ครม. ได้ให้อำนาจไว้ที่จะปรับปรุงผังการใช้ประโยชน์ในพื้นที่

ความเสี่ยง:คดีร้องศาลปกครอง/การหยุดผลิตชั่วคราว/อายุadder7ปี(หมด2565&68)

******************************************

 

line logotwitterLike1 Share3Like1 Share1กด Like - Share  เพจ Corehoon-Power Time เพื่อติดตามเคล็ดลับ ข่าวสาร เทรนด์ และบทวิเคราะห์ดีๆ อัพเดตทุกวัน คัดสรรมาเพื่อท่านนักลงทุนโดยเฉพาะ

 Click Donate Support Web

SAM720x100px bgGC 790x90

SME720 x 100banpu 720x90 new1 1

ooKbee1

corehoon NEW2

 

 

ข่าวล่าสุด!!