หมวดหมู่: พาณิชย์

1a BCทศพล ทังสุบุตร

DBD เผย'ธุรกิจจัดการโครงสร้าง-ระบบคอมพิวเตอร์'ขาขึ้น โตตามยุคดิจิทัล-ค้าออนไลน์

    กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเผย 'ธุรกิจบริหารจัดการโครงสร้างและระบบคอมพิวเตอร์'เติบโตเป็นขาขึ้น หลังรัฐบาลผลักดันภาคธุรกิจเข้าสู่เศรษฐกิจดิจิทัล และพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนมาใช้จ่ายผ่านออนไลน์มากขึ้น ทำให้ธุรกิจต้องปรับโครงสร้างและระบบคอมพิวเตอร์รองรับ ระบุปี 62 โกยรายได้กว่า 2 หมื่นล้านบาท มีธุรกิจรายเล็กครองตลาดสูงถึง 99%

    นายทศพล ทังสุบุตร อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า กรมฯ ได้วิเคราะห์ธุรกิจที่มีแนวโน้มการเติบโตที่น่าจับตามอง พบว่า ธุรกิจบริหารจัดการโครงสร้างและระบบคอมพิวเตอร์ เป็นธุรกิจที่มีแนวโน้มการเติบโตที่น่าสนใจ เพราะมีปัจจัยสนับสนุนจากนโยบายภาครัฐด้านการสนับสนุนให้ภาคธุรกิจเข้าสู่เศรษฐกิจดิจิทัล ส่งผลให้ภาคธุรกิจต้องพัฒนาระบบโครงสร้างของตนเองให้รองรับระบบงานเทคโนโลยีต่างๆ เช่น การให้บริการผ่านระบบออนไลน์ ธุรกรรมออนไลน์ และการบริหารข้อมูลในองค์กร เป็นต้น รวมไปถึงเมื่อมีลูกค้าเข้าใช้บริการผ่านทางระบบออนไลน์จำนวนมากขึ้น ทำให้ธุรกิจมีฐานข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าซึ่งต้องดำเนินการให้อยู่ภายใต้พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 ซึ่งในปี 2564 มีผลบังคับใช้ทั้งฉบับ จึงเป็นสาเหตุสำคัญที่ผลักดันให้ธุรกิจต้องเร่งวางระบบโครงสร้างคอมพิวเตอร์ให้ครอบคลุมถึงการรักษาข้อมูลส่วนตัวของลูกค้าตามกฎหมายและป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์ด้วย

     ทั้งนี้ ยังได้รับผลดีจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภคจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้เกิดชีวิตวิถีใหม่ มีการลดการเดินทาง ลดการติดต่อสัมผัสระหว่างกัน ผู้บริโภคจึงหันมาซื้อสินค้าหรือบริการต่างๆ ผ่านทางออนไลน์เพิ่มมากขึ้น ธุรกิจจึงจำเป็นต้องวางระบบโครงข่ายคอมพิวเตอร์ให้ขยายเข้าสู่ตลาดออนไลน์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

   “ตลอดทั้งปี 2564 คาดว่าธุรกิจบริหารดังกล่าวจะขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง รองรับปัจจัยในข้างต้นและรองรับการเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิตอลอย่างเต็มรูปแบบ แต่ความท้าทายของธุรกิจนี้ จะอยู่ที่การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่แม้ว่าจะส่งผลดีต่อธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องอย่างธุรกิจจำหน่ายอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่จะขยายตัวตาม แต่ก็ส่งอาจส่งผลกระทบต่อการลงทุนของธุรกิจที่ต้องเปลี่ยนแปลงตามการเปลี่ยนผ่านของเทคโนโลยีที่รวดเร็ว”นายทศพลกล่าว

     อย่างไรก็ตาม จากการสำรวจ พบว่า นิติบุคคลส่วนใหญ่ที่ดำเนินกิจการในธุรกิจบริหารจัดการโครงสร้างและระบบคอมพิวเตอร์เป็นธุรกิจขนาดเล็ก (S) มากถึง 99% มีสัดส่วนรายได้ถึง 14,493.66 ล้านบาท จากรายได้รวม 20,105.40 ล้านบาท หรือคิดเป็น 72% ของสัดส่วนรายได้ ซึ่งธุรกิจส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในพื้นที่ศูนย์กลางทางเศรษฐกิจอย่างกรุงเทพฯ 674 ราย คิดเป็น 59.17% และจังหวัดในภาคกลาง 245 ราย คิดเป็น 21.51% สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของธุรกิจไทยด้านการปรับตัวและพัฒนาเทคโนโลยีสำหรับทั้งธุรกิจผู้ให้บริการเองและธุรกิจทั่วไปที่ต้องการวางระบบการบริหารงานเข้าสู่เทคโนโลยีสารสนเทศเพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้ การครองตลาดของธุรกิจขนาดเล็กยังแสดงให้เห็นถึงโอกาสของธุรกิจในการแข่งขันระหว่างกันได้อย่างเท่าเทียมด้วย

COREHOON

******************************************

line logotwitterLike1 Share3Like1 Share1กด Like - Share  เพจ Corehoon-Power Time เพื่อติดตามเคล็ดลับ ข่าวสาร เทรนด์ และบทวิเคราะห์ดีๆ อัพเดตทุกวัน คัดสรรมาเพื่อท่านนักลงทุนโดยเฉพาะ

 Click Donate Support Web

FBS728

EXNESS

SAM720x100px bgGC 790x90

SME720 x 100banpu 720x90 new1 1

ooKbee1

corehoon NEW2

 

 

ข่าวล่าสุด!!