หมวดหมู่: ตลาดหลักทรัพย์
48ภาวะตลาดหุ้นไทย: ปิดร่วงหนัก 40.14 จุด รับผลจากสงครามการค้า-Fund Flow ไหลออกหลังบาทอ่อนค่า-Block Trade ตัดใจขาย
ตลาดหลักทรัพย์ปิดบ่ายนี้ที่ 1,639.54 จุด ลดลง 40.14 จุดซื้อขาย 84,628.60 ล้านบาท
การซื้อขายหุ้นวันนี้ ดัชนีหุ้นไทยเคลื่อนไหวในแดนลบตลอดทั้งวัน โดยในช่วงบ่ายระหว่างเทรดดัชนีฯไหลลงลึกกว่า 45 จุด โดยดัชนีฯแตะจุดสูงสุดที่ 1,674.28 จุด และแตะจุดต่ำสุดที่ระดับ 1,633.72 จุด
ส่วนหลักทรัพย์เปลี่ยนแปลงวันนี้ เพิ่มขึ้น 241 หลักทรัพย์ ลดลง 1,394 หลักทรัพย์ และไม่เปลี่ยนแปลง 160 หลักทรัพย์
นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้ปรับตัวลงแรงในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียที่ต่างติดลบกัน รับผลจากสงครามการค้าระหว่างจีน และสหรัฐฯ หลังจากที่สหรัฐฯเตรียมจะเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีนเพิ่ม ในอัตรา 10% วงเงิน 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และในเวลาต่อมาทางจีนก็ออกมาตอบโต้ด้วยการว่าจะเก็บภาษีนำเข้าจากสหรัฐฯด้วยเช่นกัน ส่งผลให้สินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกมีแรงขายออกมา
นอกจากนี้ตลาดบ้านเราก็เผชิญกับ Fund Flow ไหลออกมาอันเนื่องมาจากเงินบาทอ่อนค่าแรงมาก ล่าสุดอยู่ที่ 32.8 บาท/ดอลลาร์สหรัฐฯ จากก่อนหน้านี้อยู่ที่ 32 บาท/ดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเป็นการอ่อนค่าที่เร็วมาก ส่งผลให้นักลงทุนขายล็อคกำไรไว้ก่อน ดังนั้นเรื่องทิศทางค่าเงินบาทเป็นสิ่งที่จะต้องจับตาอย่างใกล้ชิดด้วย
ทั้งนี้ ดัชนีฯไหลลงมาต่ำกว่า 1,650 จุด ซึ่งที่ระดับนี้คิด P/E 15 เท่า ซึ่ง SET 5 ปีย้อนหลังก็มีการเทรด P/E 15 เท่า ดังนั้นเมื่อดัชนีฯลงมาต่ำกว่าระดับ 1,650 จุด ก็น่าจะทำให้กองทุนทยอยเก็บ โดยเฉพาะกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) น่าจะทยอยซื้อในช่วงปลายตลาดฯ เห็นได้จากดัชนีฯที่มีการดีดกลับมาขึ้นมาได้บ้าง แม้จะยังติดลบอยู่
"วันนี้นักลงทุนหลายคนคงจะ Cut แล้ว มิฉะนั้นก็จะโดน Call หรือ force sell โดยเฉพาะพวก Block Trade สังเกตุได้จากดัชนี SET ที่ลงไปลึกถึง 45 จุด ในช่วงบ่าย 3 โมงกว่าโดยประมาณ และมีแรงดีดกลับในช่วงปลายตลาดฯคาดว่าจะมาจากแรงซื้อของกองทุน LTF ที่น่าจะเข้ามาช่วยหนุนตลาดฯได้บ้าง"
แนวโน้มการลงทุนในวันพรุ่งนี้ (20 มิ.ย.) นายวิจิตร กล่าวว่า ตลาดฯมีโอกาสที่จะเกิดเทคนิคเคิลรีบาวด์ได้หลังจากที่ปรับตัวลงไปแรงในวันนี้ แต่ตลาดฯก็ยังมีทิศทางขาลงอยู่ โดยมีแนวรับ 1,635 จุด ส่วนแนวต้าน 1,660 จุด
พร้อมให้ติดตามเรื่อง IFRS9 ที่จะมีการประชุมในวันพรุ่งนี้ว่าจะเลื่อนใช้หรือไม่ ,อย่างไร เพราะมีผลต่อกลุ่มแบงก์ อย่างไรก็ดี มองว่ากลุ่มแบงก์ได้เตรียมความพร้อมไว้มากแล้ว นอกจากนี้ก็ให้ติดตามการประชุมของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ในวันที่ 22 มิ.ย.นี้ เพราะจะมีผลต่อกลุ่มพลังงาน
ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์ ได้แก่
PTT มูลค่าการซื้อขาย 8,304.41 ล้านบาท ปิดที่ 47.75 บาท ลดลง 1.25 บาท
AOT มูลค่าการซื้อขาย 4,418.40 ล้านบาท ปิดที่ 65.00 บาท ลดลง 1.75 บาท
CPALL มูลค่าการซื้อขาย 3,663.50 ล้านบาท ปิดที่ 76.50 บาท ลดลง 2.00 บาท
PTTEP มูลค่าการซื้อขาย 3,231.93 ล้านบาท ปิดที่ 125.50 บาท ลดลง 4.50 บาท
SCC มูลค่าการซื้อขาย 2,792.59 ล้านบาท ปิดที่ 410.00 บาท ลดลง 12.00 บาท
--อินโฟเควสท์
OO10231

ooKbee1

corehoon NEW2

 

 

ข่าวล่าสุด!!