หมวดหมู่: บทวิเคราะห์

บล.ฟินันเซีย ไซรัส : บทวิเคราะห์ตลาดหุ้นรายวัน 9-4-20FSS

กลยุทธ์วันนี้ >> Short-Term Profit Taking around 1,240-1,250//Accumulate Back and DCA on Dip

         ตลาดหุ้นวานนี้ : SET Index แกว่งตัว Sideways Down ได้ตามคาดโดยปิดลบ 9.18 จุด ณ สิ้นวันและยังสามารถยืนเหนือระดับ 1,200 จุดได้หลังจากพุ่งขึ้นแรงในวันก่อนหน้า แรงขายหลักออกมาในหุ้นกลุ่มน้ำมันและปิโตรเคมี ขณะที่กลุ่มโรงไฟฟ้า ธนาคาร ไฟแนนซ์ มีแรงซื้อเข้ามาหนาแน่น สถาบันในประเทศยังซื้อสุทธิต่อเนื่องในตลาดหุ้นแต่บางลงเหลือ 833 ลบ. ขณะที่นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 7.9 พันลบ. แต่หากตัด Big Lot INTUCH ราว 6.1 พันลบ.ออก ต่างชาติจะขายสุทธิ 1.8 พันลบ. (และ Short Index Futures อีก 1.15 หมื่นสัญญา)

         แนวโน้มตลาดวันนี้ : เราคาดว่า SET Index จะแกว่งตัว Sideways ในกรอบ 1,180-1,240 จุดโดยปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามวันนี้คือผลการประชุม OPEC+ ว่าจะสามารถร่วมมือและตกลงลดกำลังการผลิตรวมกัน 10 ล้านบาร์เรล/วันได้ตามที่มีกระแสข่าวก่อนหน้าหรือไม่ ขณะที่ราคาหุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวขึ้นรับประเด็นดังกล่าวไปพอสมควร ตลาดหุ้นทั่วโลกรวมถึง SET Index ปรับขึ้นแรงกว่า 20% จากจุดต่ำสุดรอบนี้รับความคาดหวังเชิงบวกต่อสถานการณ์ระบาดของ COVID-19 ทั่วโลกที่มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นในอัตราที่ชะลอตัวไปค่อนข้างมาก โดยแง่ Valuation ของตลาดหุ้นไทยปัจจุบันซื้อขายบน 2020PER ราว 15.2 เท่าซึ่งเริ่มไม่ถูกและยังคาดเห็นการทยอยปรับ EPS ของ SET Index ลงต่อเนื่อง (ล่าสุดอยู่ที่ 79.5 บาทจาก Bloomberg Consensus) เราจึงมอง Upside ของตลาดจำกัดบริเวณ 1,250 จุดและมองเป็นจังหวะในการทยอยทำกำไรระยะสั้น โดยรอการปรับฐานของตลาดในการทยอยสะสมหุ้นพื้นฐานกลับเพื่อถือลงทุนระยะกลาง-ยาว

         กลยุทธ์ : ทำกำไรระยะสั้นหากบริเวณ 1,240-1,250 จุด//รอทยอยสะสมและทำ DCA ในช่วงตลาดปรับลงใกล้ระดับ 1,000 จุด

หุ้นเด่นเดือน เม.ย. : BCH, BEM, CPALL, RBF, SFLEX

หุ้นเด่นวันนี้: STEC

- แนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 23 บาท

         - กระทบจำกัดจาก COVID-19 แม้มีการประกาศเคอร์ฟิวในช่วงกลางคืน แต่งานก่อสร้างยังเดินหน้าได้ตามปกติ

         - ล่าสุดโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออกใกล้เจรจากับกลุ่ม BBS (STEC ถือ 20%) แล้วเสร็จ คาดเซ็นสัญญา พ.ค.นี้ หนุนโอกาสรับงานก่อสร้างเฟสแรกเพิ่มอีก 2 หมื่นลบ.

         - ฐานะการเงินแข็งแกร่ง สถานะเป็น Net Cash มีงานในมือสูง 8.7 หมื่นลบ. เพียงพอสร้างรายได้อย่างน้อย 2 ปีข้างหน้า ขณะที่การลงทุนโครงการภาครัฐจะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระยะต่อไป

         Fund Flow วานนี้กระแสเงินทุนไหลออกจากภูมิภาครวมทั้งสิ้น US$496ล้าน โดยเม็ดเงินส่วนใหญ่ยังคงไหลออกจากเกาหลีใต้ US$195ล้านและไทย US$242ล้าน มีเพียงไต้หวันประเทศเดียวที่เม็ดเงินไหลเข้าบางๆ US$4ล้าน แนวโน้มของกระแสเงินทุนคาดว่าจะไหลออกเบาบางโดยตลาดรอติดตามผลการประชุม OPEC+ คืนนี้ว่าจะร่วมมือกันลดกำลังการผลิตน้ำมันดิบลงตามที่มีกระแสข่าวได้หรือไม่ รวมถึงติดตามสถานการณ์และตัวเลขผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตจาก COVID-19 ทั่วโลกที่ทยอยเห็นสัญญาณดีขึ้น

ประเด็นสำคัญวันนี้

         (0) ประชุม OPEC+ วันนี้ บรรดาผู้ผลิตน้ำมันเห็นพ้องกันว่าการลดกำลังการผลิตจะสำเร็จก็ต่อเมื่อสหรัฐ แคนาดา และบราซิลร่วมลดการผลิตด้วย หากผู้ผลิตลดการผลิต 10-15 ล้านบาร์เรล/วัน (10% ของ Supply) ตามที่เป็นข่าวก่อนหน้านี้อาจดันราคาน้ำมันให้ปรับขึ้น 10-20% ซ่งเป็นบวกต่อกลุ่มน้ำมันและโรงกลั่น

         (0) SISB สถานการณ์ COVID-19 ทำให้โรงเรียนยังต้องสอนแบบ Online ต่อไปในเทอมที่ 3 (17 เม.ย. ถึง มิ.ย.) และมีแนวทางลดค่าเทอมเพื่อแบ่งเบาภาระให้ผู้ปกครอง รายได้บางอย่างเช่นเรียนพิเศษหลังเลิกเรียนและค่าอาหารกลางวัน จะหายไป ทำให้กำไร 2Q20 ลดลงแรง แต่ภาคเรียนที่ 1 ของปีการศึกษาถัดไป (ส.ค.) จะกลับมาปกติ เราปรับกำไรปี 2020 ลง 30% เป็น 165 ลบ. -25% Y-Y ปรับราคาเป้าหมายลงเป็น 9.8 บาทจาก 10.2 บาท แนะนำซื้อ ผลกระทบเป็นเพียงชั่วคราว ไม่เปลี่ยนภาพอนาคตที่แข็งแกร่ง  

        (+) GULF เราเริ่มต้นคำแนะนำเป็นซื้อ ราคาเป้าหมาย 192 บาท ผลกระทบจาก COVID-19 จำกัดเพราะมีรายได้จากลูกค้าอุตสาหกรรมเพียง 11% ต่ำกว่า GPSC และ BGRIM รายได้ส่วนใหญ่ 89% มาจาก กฟผ. คาดกำไรปกติปี 2020 โตสูง +33% Y-Y เป็น 4.68 พันลบ. จากการรับรู้รายได้เต็มปีของโรงไฟฟ้า SPP 4 โรงและโรงโซลาร์เวียดนาม 2 โรง ปัจจุบันมีกำลังผลิต 2,701 Equity MW จะเพิ่มเป็น 7,781 MW ภายในปี 2027 คาดกำไรใน 5 ปีข้างหน้า (2020-24) โตสูงเฉลี่ย 39% CAGR บริษัทยังขยายการลงทุนไปด้าน Infrastructure เช่นถมทะเลและสร้าง LNG Terminal ในมาบตาพุดเฟส 3 ฐานะการเงินอยู่ในระดับจัดการได้แม้ลงทุนสูง    

         (-) GLOBAL การปิดสาขาใน กทม.และปริมณฑล และอีกบางจังหวัดตั้งแต่ปลาย มี.ค. ทำให้ SSSG 1Q20 ติดลบ 7-8% Y-Y เทียบกับ 4Q19 ที่ -1% Y-Y เราคาดกำไรลดเหลือ 393 ลบ. -34% Q-Q, -27% Y-Y กำไรน่าจะอ่อนตัวลงต่อใน 2Q20 เพราะปิดสาขาราว 39 แห่ง (58% ของสาขาทั้งหมด) บนสมมติฐาน COVID-19 คลี่คลายกลางปีนี้ เราปรับกำไรปี 2020 ลง 25% เหลือ 1.58 พันลบ. -25% Y-Y และคาดฟื้นตัว +38% Y-Y ในปีหน้า ปัจจุบันมี PE 30 เท่า ไม่ถูก ลดราคาเป้าหมายเป็น 13 บาท จาก 16.5 บาท รอซื้อหลังสถานการณ์คลี่คลาย

         (+) ตลาดดาวโจนส์ เพิ่มขึ้น 779.71 จุด ปิดที่ 23,433.57 จุด หลังจากผู้อำนวยการสถาบันภูมิแพ้และโรคติดต่อแห่งชาติสหรัฐคาดการณ์ว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จะดีขึ้น หลังผ่านสัปดาห์นี้ รวมถึงประเด็นนายเบอร์นี แซนเดอร์ส วุฒิสมาชิกรัฐเวอร์มอนต์ ประกาศถอนตัวจากการแข่งขันเป็นตัวแทนพรรคเดโมแครตในการชิงชัยตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ ขณะที่ติดตามการรายงานจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐในวันนี้

         (+) ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวกเล็กน้อย จากความคาดหวังว่าอัตราการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 กำลังชะลอตัวลงในยุโรปตะวันตกและสหรัฐ อย่างไรก็ตาม ถูกกดดันจากรมว.คลังของยูโรโซนยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับมาตรการสนับสนุนเศรษฐกิจ

         (+) ตลาดเอเชียปรับขึ้น ตามทิศทางของตลาดดาวโจนส์ ขณะที่ติดตามธนาคารกลางเกาหลีใต้ประชุมนโยบายการเงินและแถลงมติอัตราดอกเบี้ยเช้านี้

         (+) ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น ล่าสุดอยู่ที่บริเวณ 32.71 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

         (+) ราคาน้ำมันดิบ NYMEX เพิ่มขึ้น 1.46 ดอลลาร์ หรือ 6.2% ปิดที่ 25.09 ดอลลาร์/บาร์เรล จากคาดการณ์ว่ากลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และพันธมิตร รวมถึงรัสเซีย จะสามารถบรรลุข้อตกลงในการปรับลดกำลังการผลิตในการประชุมวันนี้ รวมถึงได้แรงหนุนสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) รายงานการผลิตน้ำมันดิบในสหรัฐลดลง 600,000 บาร์เรล/วัน สู่ระดับ 12.4 ล้านบาร์เรล/วันในสัปดาห์ที่ผ่านมา

         (+) ราคาทองคำ COMEX เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 60 เซนต์ หรือ 0.04% ปิดที่ 1,684.3 ดอลลาร์/ออนซ์ ท่ามกลางนักลงทุนติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 SPDR Gold Trust ถือครองทองคำ 988.63 / +2.92

ปัจจัยที่ต้องติดตาม

9 เม.ย.       - ไทย: ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (มี.ค.)

         - เกาหลีใต้: ธนาคารกลางประชุม

         - สหรัฐ: ผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์

14 เม.ย. - จีน: ส่งออก-นำเข้า (มี.ค.)

         - อินโดนีเซีย: ธนาคารกลางประชุม

15 เม.ย. - สหรัฐ: U.S. Federal Reserve Releases Beige Book

   Contact person : Jitra Amornthum Register : 014530

   Contact person : Veeravat Virochpoka Register : 047077

www.fnsyrus.com

FB: Finansia Syrus Research

******************************************

 

line logotwitterLike1 Share3Like1 Share1กด Like - Share  เพจ Corehoon-Power Time เพื่อติดตามเคล็ดลับ ข่าวสาร เทรนด์ และบทวิเคราะห์ดีๆ อัพเดตทุกวัน คัดสรรมาเพื่อท่านนักลงทุนโดยเฉพาะ

 Click Donate Support Web

SAM720x100px bgGC 790x90

SME720 x 100banpu 720x90 new1 1

ooKbee1

corehoon NEW2

 

 

ข่าวล่าสุด!!