หมวดหมู่: บทวิเคราะห์

บล.คิงส์ฟอร์ด : บทวิเคราะห์ตลาดหุ้นรายวัน 22-10-2020k f

Market Wrap-Up

  • •   SET ปิดวันที่ 21 ต.ค.63 ปิด +5.81 จุด อยู่ที่ 1,216.48 จุด มูลค่าการซื้อขาย 54,423 ลบ.ต่างชาติขาย 1,088 ลบ. สถาบันซื้อ 2,399 ลบ. พอร์ตโบรกขาย 1,353 ลบ. ยอด NVDR มียอดขายสุทธิอยู่ที่ 140 ลบ.โดยมียอดซื้อหุ้น KBANK,SCB,BBL,NER,BAM และมียอดขายหุ้น STGT,ADVANC,PTTEP,HMPRO,STA มูลค่า Short Sales อยู่ที่ระดับ 2,189 ลบ หุ้นที่มีมูลค่า Short สูงคือ KBANK,SCB,MINT โดยนักลงทุนต่างประเทศมีสถานะ Long ใน Index Futures จำนวน 18,567 สัญญาและมียอด Long สะสมตั้งแต่ต้นปีอยู่ที่ 132,839 สัญญา นักลงทุนต่างชาติขายพันธบัตรจำนวน 1,645 ลบ.
  • •   ตลาดหุ้นสหรัฐ Down Jones ปิด -0.35%, S&P500 -0.22%, Nasdaq -0.28% หุ้นกลุ่มพลังงานปรับลดลง หลังสภาคองเกรสยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจฉบับใหม่ได้ทันก่อนเลือกตั้ง 3 พ.ย. ส่งผลลบต่อการฟื้นตัวเศรษฐกิจสหรัฐใน Q4 นี้ ขณะที่ MBA เผยจำนวนผู้ยื่นขอสินเชื่อเพื่อการจำนองสัปดาห์ก่อนลดลง 0.60% หลังอัตราดอกเบี้ยเงินกู้จำนองปรับตัวขึ้น ตลาดหุ้นยุโรป Stoxx600 ปิด -1.29% หุ้นกลุ่มเฮลธ์แคร์, ก่อสร้างปรับลดลง จากความกังวลมาตรการล็อกดาวน์กระทบการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ โดย Catipal Economics คาดเศรษฐกิจยูโรโซน Q4 จะขยายตัวเล็กน้อย

Market View

  • •   ตลาดหุ้นสหรัฐปรับลดลงหลังสภาคองเกรสยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจฉบับใหม่ ยังมีความเห็นต่างในเรื่องงบช่วยเหลือเยียวยารัฐต่าง ๆ และการแก้ไขหนี้ของภาคธุรกิจ โดย Goldman Sachs ให้ความเห็นไม่จะสามารถผ่านงบประมาณใหม่ได้ทันก่อนวันเลือกตั้ง 3 พ.ย. ในส่วนการเลือกตั้งยังรอการดีเบตรอบสุดท้ายในเช้าวันพรุ่งนี้ จะคุยให้หัวข้อการแก้ไขปัญหา Covid-19, ภาวะผู้นำสหรัฐ, ความขัดแย้งเชื้อชาติ, ภาวะโลกร้อน และความมั่นคง และล่าสุดสหรัฐได้ออกเตือนอิหร่านและรัสเซียมีความพยายามจะแทรกแซงการเลือกตั้งสหรัฐ ภาพรวมดัชนีเอเชียเช้านี้เคลื่อนไหวในกรอบแคบ ๆ สำหรับดัชนีหุ้นไทยวานนี้ปิด +0.48% สถาบันซื้อ 2.3 พัน ลบ. ต่างชาติขาย 1 พัน ลบ.และพอร์ตโบรกเกอร์ขาย 1.3 พัน ลบ. เริ่มมีแรงซื้อกลับในหุ้นกลุ่มธนาคาร ไฟแนนท์ โดยรายงานกำไร 9 ธนาคารงวด Q3/63 อยู่ที่ 2.35 หมื่น ลบ. -55% YoY จากการกันสำรองเพิ่มราว 6 หมื่น ลบ. แต่ฐานทุน CAR ของธนาคารอยู่สูงกว่าเกณฑ์ที่ 1112 % ดังนั้นแม้หนี้เสียจะเพิ่มขึ้นหลังหมดมาตรการพักหนี้ แต่จะเป็นลักษณธทยอยเพิ่มขึ้น ซึ่งยังไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อความสามารถในการจ่ายเงินปันผล ประกอบกับกลุ่มธนาคารปัจจุบันเทรดที่ระดับ P/BV 0.47X ได้สะท้อนแนวโน้มลบของผลประกอบการระดับหนึ่งแล้ว สงผลให้เริ่มมีแรงซื้อกลับ ประเด็นสำคัญวันนี้ ก.พาณิชย์จะรายงานส่งออกไทย ก.ย. คาด -4.2% & ส.ค. -7.94%

Daily Strategy

  • •   ดัชนี SET คาดทรงตัวเนื่องจากไม่มีเหตุการณ์รุนแรงในการชุมนุม และนายกฯ ได้เสนอทางออกโดยการเจรจาในการเปิดสภาสัปดาห์หน้า 26-27 ต.ค. วางแนวรับดัชนีที่ 1,200-1,210 แนวต้าน 1,220-1,230 แนะนำซื้อเก็งกำไรกลุ่มอาหารเครื่องดื่มที่คาดกำไร Q3 เติบโตดี เช่น CPF, TU, ICHI, XO
  • •   JWD* ซื้อเก็งกำไร / ราคาเป้าหมาย Bloomberg Consensus 9.59 บาท*) หลังราคาปรับฐานในมาในช่วงสัปดาห์ก่อนเรามองเป็นโอกาสในการเข้าเก็บหุ้น โดยในช่วง 2H20 จะเป็น High Season ของผลประกอบการของ JWD ซึ่งได้แรงหนุนจาก 1) ธุรกิจห้องเย็นที่ Occupancy Rate ปรับตัวเพิ่มขึ้น 2) ธุรกิจรับฝากและบริหารรถยนต์ที่ฟื้นตัวตามอุตสาหกรรมยานยนต์ 3) ธุรกิจขนส่งข้ามพรมแดนที่ยังเติบโตได้ 4) ธุรกิจขนส่งทางแม่น้ำ (barge terminal) ที่จะเริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่ไตรมาส 3 เป็นต้นไป สำหรับการประมาณการกำไรปี 2563-2564 Bloomberg Consensus ประเมินเฉลี่ยที่ 293.5 ลบ. และ 345.75 ลบ. สำหรับปีนี้ชะลอตัวลง -19%YoY ก่อนกลับมาขยายตัว +17.8%YoY
  • •   XO* (ซื้อเก็งกำไร / ราคาเฉลี่ย Consensus 14.60 บาท) บริษัทจะได้รับปัจจัยบวกจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 รอบสอง ส่งผลให้ร้านอาหารในต่างประเทศต้องปิดให้บริการ ทำให้ความต้องการซอสปรุงรสและวัตถุดิบในการประกอบอาหารภายในบ้านขยายตัว โดยฐานลูกค้าหลักอยู่ในต่างประเทศเกือบ 100% สินค้ากลุ่มซอสปรุงรสและน้ำจิ้ม Dipping Sauce เป็นกลุ่มสินค้าหลักมีสัดส่วนราว 80% ของยอดขายและเป็นกลุ่มสินค้าที่มีมาร์จิ้นที่ดี ได้รับการตอบรับจากลูกค้าอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา ระยะถัดไปบริษัทจะโฟกัสขยายตลาดยุโรปที่มีอัตราการเติบโตสูงโดยเฉพาะในประเทศเยอรมนี ทั้งนี้ประเมินรายได้ปี 63 จะเติบโตมากกว่า 15%YoY จากปีก่อนที่มีรายได้ 999 ล้านบาท จากอัตราการใช้กำลังการผลิตที่สูงกว่า 63% ในช่วงที่เหลือ ส่วนปี 64 ผู้บริหารคาดการเติบโตของรายได้ประมาณ 10-15%

Daily Key Factors

Oil Update (-) WTI Futures ธ.ค. ปิด $-1.67 อยู่ที่ $40.03 /บาร์เรล Brent Futures ธ.ค. ปิด $-1.43 อยู่ที่ $41.73 /บาร์เรล EIA รายงานสต็อคน้ำมันดิบลดลง 1 ล.บาร์เรล น้อยกว่าคาดจะลด 1.9 ล.บาร์เรล แต่ยังถูกกดดันจากความกังวลอุปสงค์ชะลอตัวจากไวรัสระบาดรอบ 2

Gold Update (+) Gold Futures ธ.ค.ปิด +14.10 ดอลลาร์ อยู่ที่ 1,929.50 ดอลลาร์/ออนซ์ ได้แรงหนุนจาก Dollar Index อ่อนค่า -0.49% อยู่ที่ 92.6082 กังวลเศรษฐกิจสหรัฐชะลอตัวหลังยังไม่สามารถผ่านมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมถึงการระบาดของไวรัสรอบ 2

Fund Flow (-) Fund Flow ต่างชาติในตลาด TIP วานนี้ ขายสุทธิ -35.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขายหุ้นไทย -34.8 ล.ดอลลาร์สหรัฐ ขายหุ้นอินโด -8.10 ล.ดอลลาร์สหรัฐ และซื้อหุ้นฟิลิปปินส์ +7 ล.ดอลลาร์สหรัฐ

(0) ค่าเงินบาทเช้านี่ทรงตัวอยู่ที่ 31.18 บาทดอลลาร์สหรัฐ

(-) ดัชนี BDI ปิด -4 จุด อยู่ที่ 1,346

(+) ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ 10 ปี เพิ่มขึ้นอยู่ที่ 0.816%

(+) ค่าเงินหยวน off-shore แข็งค่าอยู่ที่ 6.6509/USD

(-) วานนี้สหรัฐรายงานผู้ติดเชื้อไวรัสเพิ่มขึ้น 63,652 ราย รวมอยู่ที่ 8,584,808 ราย เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 1,225 ราย รวมอยู่ที่ 227,409 ราย / อินเดียติดเชื้อเพิ่มขึ้น 56,000 ราย รวมอยู่ที่ 7,705,158 ราย ( Worldometers )

Economic Calendar

ในประเทศ

19 ต.ค.   สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) แถลงดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม,ยอดการผลิตและส่งออกรถยนต์ รถจักรยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์

30 ต.ค.   ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)รายงานภาวะเศรษฐกิจไทย

สัปดาห์ที่4   กระทรวงพาณิชย์ แถลงตัวเลขการส่งออก-นำเข้า

   สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.)รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลัง, ภาวะเศรษฐกิจภูมิภาค,ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค

   สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม(สศอ.)แถลงดัชนีอุตสาหกรรม

ต่างประเทศ

19 ต.ค.   CN ดัชนีจีดีพี (GDP) ของจีน (ปีต่อปี) (ไตรมาส 3)

   CN ดัชนีการผลิตภาคอุตสาหกรรมของจีน (ปีต่อปี) (ก.ย.)

   EU คำกล่าวของ ลาการ์ด (Lagarde) ประธานธนาคารกลางยุโรป

   US คำกล่าวของนายพาวเวลล์ (Powell) ประธานธนาคารกลางสหรัฐ

20 ต.ค.   CN อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้าชั้นดีของธนาคาร PBoC

   US รายงานจำนวนใบอนุญาตก่อสร้าง (ก.ย.)

21 ต.ค.   US สินค้าคงคลังน้ำมันดิบ

22 ต.ค.   US จำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก

   US ยอดขายบ้านมือสอง (Existing Home Sales) (ก.ย.)

Theme Strategy

(1) กลุ่ม Defensive Stock โรงไฟฟ้า BGRIM*, BPP*, CKP*, GPSC*, GULF* อสังหาฯ ที่มีปันผลสูง AP*, NOBLE*, ORI*

(2) กลุ่มอิงการบริโภคในประเทศรับมาตรการกระตุ้นของรัฐ เครื่องดื่ม CBG*, ICHI*, OSP*, SAPPE* บรรจุภัณฑ์ SPACK* อาหาร RBF*, XO*

(3) กลุ่มรับประโยชน์ ศก.ชะลอ NPL ในระบบเพิ่ม สินเชื่อส่วนบุคคล สินเชื่อจำนำทะเบียน CHAYO*, JMT*, SINGER*, MTC*, SAWAD*, AUCT* ประกันภัย TQM*, THRE*

(4) Theme เงินบาทอ่อนค่า กลุ่มส่งออกอาหาร ASIAN*, TU* สินค้าโภคภัณฑ์เศรษฐกิจจีนฟื้นตัว NER*, STA*, STGT ราคาถั่วเหลือง TVO* ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ CCET*, DELTA*, HANA*, KCE* SMT*, SVI*, WICE*

(5) กลุ่มสินค้าไอทีฯ COM7*, CPW*, JMART*, SIS*, SPVI*, SYNEX*

(6) การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 5G/Cloud ALT*, CSS*, ICN*, ILINK*, INET*, INSET*, ITEL* กลุ่มขาย Software HUMAN*, IIG*, VCOM*

*หุ้นแนะนำเชิงกลยุทธ์ที่ยังไม่อยู่ใน Coverage ของฝ่ายวิจัย

Asset Allocation: Equity 40% Fixed Income 35% Alternative Investment etc. Gold 15% Cash 10%

Today Fundamental Research: -

Monthly Portfolio September 2020: MCS*, ASIAN*, NYT*, CPF*, BCH*, TKN

Analysts

Apichai Raomanachai           No. 002939

Nopporn Chaykaew               No. 043964

Piyatat Pasommanatsakul     No. 081741  

******************************************

 

line logotwitterLike1 Share3Like1 Share1กด Like - Share  เพจ Corehoon-Power Time เพื่อติดตามเคล็ดลับ ข่าวสาร เทรนด์ และบทวิเคราะห์ดีๆ อัพเดตทุกวัน คัดสรรมาเพื่อท่านนักลงทุนโดยเฉพาะ

 Click Donate Support Web

SAM720x100px bgGC 790x90

SME720 x 100banpu 720x90 new1 1

ooKbee1

corehoon NEW2

 

 

ข่าวล่าสุด!!