หมวดหมู่: บริษัทจดทะเบียน

1aaaaAbpp

บ้านปู เพาเวอร์ฯ รายงานผลประกอบการครึ่งปีแรก 2561 ปักธงในเวียดนามตามกลยุทธ์ Greener ด้วยธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานลม

     ตอกย้ำกลยุทธ์ Greener ด้วยการเริ่มลงทุนธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานลมในเวียดนามเป็นครั้งแรก

เริ่มเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์มุกะวะในญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2561 ขณะที่การก่อสร้างโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์อื่นๆ ในญี่ปุ่นคืบหน้าตามแผน

      บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BPP หนึ่งในผู้นำธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากทั้งพลังงานเชื้อเพลิงทั่วไป (Conventional Power Generation) และพลังงานหมุนเวียน (Renewable Power Generation) ในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก รายงานผลประกอบการครึ่งปีแรก ปี 2561 ที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งและมั่นคง โดยมีกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคา (EBITDA) 3,742 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 9 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรจากการดำเนินงาน จำนวน 3,211 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 9 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งประสิทธิภาพในการเดินเครื่องและจ่ายไฟของโรงไฟฟ้าบีแอลซีพีและโรงไฟฟ้าหงสายังคงอยู่ในระดับสูง ทั้งนี้บริษัทฯ ยังแสวงหาโอกาสขยายการลงทุนในประเทศที่มีศักยภาพอยู่เสมอ อาทิ การก้าวเข้าไปลงทุนธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานลมในประเทศเวียดนามเป็นครั้งแรก นอกจากจะช่วยเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนตามเป้าหมายกำลังผลิต 4,300 เมกะวัตต์เทียบเท่า โดยมีพลังงานหมุนเวียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 ภายในปี 2568 แล้ว ยังเป็นการยืนยันถึงการดำเนินธุรกิจตามกลยุทธ์ Greener ที่เห็นได้อย่างชัดเจน

       นายสุธี สุขเรือน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “ตลอดครึ่งปีแรก 2561 นี้ บ้านปู เพาเวอร์ฯ รักษาเสถียรภาพในการเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าต่างๆ อาทิ โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ล่าสุดเราสามารถเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนตามกลยุทธ์ Greener ผ่านการลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม กำลังผลิต 80 เมกะวัตต์ ณ จังหวัดซอกจัง (Soc Trang) ประเทศเวียดนาม ซึ่งแบ่งการพัฒนาออกเป็น 3 ระยะ โดยระยะที่ 1 กำลังผลิต 30 เมกะวัตต์ จะสามารถเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้ (Commercial Operation Date: COD) ภายในปี 2563 ส่วนโครงการอีก 2 ระยะ กำลังผลิต 30 เมกะวัตต์ และ 20 เมกกะวัตต์ คาดว่าจะ COD ภายในปี 2564 ทั้งนี้เวียดนามเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีศักยภาพ มีความเติบโตของความต้องการใช้ไฟฟ้า และมีนโยบายสนับสนุนพลังงานหมุนเวียนอย่างชัดเจน สอดคล้องกับแนวทางการศึกษาโครงการและการตัดสินใจลงทุนที่บริษัทฯ เชื่อมั่นเสมอมา”

       สำหรับ ไตรมาส 2/2561 บ้านปู เพาเวอร์ฯ มีกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคา (EBITDA)จำนวน 2,108 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 29 จากไตรมาสก่อนหน้า พร้อมรายงานผลกำไรสุทธิ 1,886 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยโรงไฟฟ้าในสาธารณรัฐประชาชนจีนมีรายได้รวมที่ 1,354 ล้านบาท มาจากโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม จำนวน 1,143 ล้านบาท และโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ จำนวน 211 ล้านบาท ทั้งนี้รายได้รวมที่ลดลงร้อยละ 34 จากไตรมาสก่อนหน้า เกิดจากปริมาณความต้องการใช้ไฟฟ้าและไอน้ำลดลงในช่วงฤดูร้อน แต่โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมยังสามารถสร้างผลกำไรจากการผลิตและขายน้ำเย็นแทน

      ขณะที่บริษัทฯ รับรู้ส่วนแบ่งกำไร จำนวน 1,915 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 70 เทียบกับไตรมาสก่อนหน้า เป็นผลจากการที่โรงไฟฟ้าบีแอลซีพีจ่ายไฟเข้าระบบได้เต็มกำลังสูงสุด กอปรกับผลบวกจากการแปลงค่าเงินทางบัญชี จึงรายงานส่วนแบ่งกำไรจำนวน 565 ล้านบาท ใกล้เคียงกับไตรมาสที่ผ่านมา ด้านโรงไฟฟ้าหงสายังคงดำเนินงานได้ดีต่อเนื่อง เมื่อรวมผลกำไรจากการแปลงค่าเงินแล้ว จึงรายงานส่วนแบ่งกำไรจำนวน 1,365 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 124 เทียบกับไตรมาสก่อนหน้า แสดงถึงศักยภาพการเดินเครื่องและจ่ายไฟฟ้าที่ต่อเนื่องและมั่นคงตามแผน

       ขณะเดียวกัน การก่อสร้างโครงการโรงไฟฟ้าซานซีลู่กวง (Shanxi Lu Guang: SLG) ในจีนยังคงดำเนินไปตามแผนเพื่อให้โครงการทั้ง 2 หน่วย กำลังผลิตติดตั้ง 1,320 เมกะวัตต์ พร้อมเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ภายในปี 2562-2563 เช่นเดียวกับการก่อสร้างโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในญี่ปุ่นก็คืบหน้าตามแผนอย่างชัดเจน ล่าสุดโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์มุกะวะ (Mukawa) กำลังผลิตติดตั้ง 17 เมกะวัตต์ สามารถ COD ได้อย่างราบรื่น เมื่อรวมกับการลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมในเวียดนาม

     ส่งผลให้ปัจจุบัน บ้านปู เพาเวอร์ฯ มีโครงการโรงไฟฟ้าและโรงไฟฟ้าทั้งหมด 28 แห่ง ในประเทศไทย สปป.ลาว จีน ญี่ปุ่น และเวียดนาม แบ่งเป็น COD แล้ว 16 โรงไฟฟ้า และอยู่ระหว่างการพัฒนา 12 โครงการ กำลังผลิตตามสัดส่วนการลงทุนรวม 2,869 เมกะวัตต์เทียบเท่า หากนับเฉพาะกำลังผลิตตามสัดส่วนการลงทุนของโรงไฟฟ้าที่ COD แล้วคิดเป็น 2,129.2 เมกะวัตต์เทียบเท่า เป็นโรงไฟฟ้าพลังงานเชื้อเพลิงทั่วไป 1,955 เมกะวัตต์เทียบเท่า และโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน 174.2 เมกะวัตต์

      “ความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาโครงการในต่างประเทศอันยาวนาน ประสบการณ์และความน่าเชื่อถือในการจัดหาแหล่งเงินทุน ตลอดจนสัมพันธภาพที่ดีกับผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายในทุกประเทศที่เราดำเนินธุรกิจ เป็นข้อได้เปรียบที่ทำให้บ้านปู เพาเวอร์ฯ ขยายธุรกิจได้อย่างไม่หยุดยั้ง การลงทุนธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานลมในเวียดนามครั้งนี้เป็นอีกข้อพิสูจน์สำคัญที่แสดงถึงการเติบโตและการขยายธุรกิจของเรา เนื่องจากลมเป็นพลังงานหมุนเวียนที่ผลิตไฟฟ้าได้ต่อเนื่อง (High Reliability) อีกทั้งเทคโนโลยีที่นำมาใช้ก็มีประสิทธิภาพสูงขึ้นขณะที่ต้นทุนต่ำลง ซึ่งช่วยขยายโอกาสในการสร้างผลกำไร เพราะนอกจากเป้าหมายกำลังผลิต 4,300 เมกะวัตต์เทียบเท่า โดยมีพลังงานหมุนเวียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 แล้ว การสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงและยั่งยืนแก่ผู้มีส่วนได้เสียก็เป็นอีกสิ่งที่บ้านปู เพาเวอร์ฯ มุ่งหวังให้สำเร็จควบคู่กันไป” นายสุธี กล่าวปิดท้าย

เกี่ยวกับบ้านปู เพาเวอร์ฯ

                        บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากทั้งพลังงานเชื้อเพลิงทั่วไป (Conventional Power Generation) และพลังงานหมุนเวียน (Renewable Power Generation) ในภูมิภาคเอเชีย ได้แก่ ประเทศไทย สปป.ลาว จีน ญี่ปุ่น และเวียดนาม ปัจจุบัน บ้านปู เพาเวอร์ฯ มีโรงไฟฟ้าและโครงการโรงไฟฟ้าทั้งหมด 28 แห่ง/โครงการ บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าขยายกำลังผลิตตามกลยุทธ์การแบ่งสัดส่วนอย่างสมดุลระหว่างการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานเชื้อเพลิงทั่วไปด้วยเทคโนโลยีการผลิตที่มีประสิทธิภาพสูงและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (High-Efficiency, Low Emissions: HELE) และจากพลังงานหมุนเวียน พร้อมที่จะก้าวขึ้นเป็นผู้นำธุรกิจไฟฟ้าในระดับภูมิภาคอย่างยั่งยืน สำหรับสถานะทางการเงินของบริษัทฯ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2561 มีสินทรัพย์รวมจำนวน 50,712 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3,014 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อน ณ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2560

 

Banpu Power Announces First Half of 2018 Results Making Its Mark in Vietnam with Wind Project under’Greener’ Strategy

         Banpu reinforces its'Greener'strategy with first wind project investment in Vietnam

         The Mukawa Solar Power Plant in Japan reaches its COD on 1 August 2018 while other solar power plant projects in Japan progress as planned

         Banpu Power Public Company Limited (BPP), a leading power-generating company operating both conventional and renewable power businesses across the Asia-Pacific region, reports strong and steady growth for the first half of 2018. Earnings Before Interest, Taxes, Depreciation And Amortization (EBITDA) stands at THB 3,742 million, a 9-percent increase compared to the same period last year, while the operational profit is THB 3,211 million, also a 9-percent increase compared to the same period last year. Operational efficiency and Equivalent Availability Factor (EAF) remain high for the BLCP and Hongsa Power Plants. The company continues to explore business opportunities to expand investment to countries with potential, such as its first wind project investment in Vietnam, which not only contributes to generate a power capacity of 4,300 MWe, of which a minimum of 20 percent will be renewable-based by the end of 2025, but also reinforces the company operations under its “Greener” strategy.

       Mr.Sutee Sukruan, Chief Executive Officer of Banpu Power Public Company Limited, reveals: “Throughout the first half of 2018, Banpu Power was able to maintain high production efficiency of the power plants including the BLCP and Hongsa. We recently increased the percentage of renewable-based power, aligning with our “Greener” strategy, through our investment in an 80-MW wind power project in Soc Trang, Vietnam. The project consists of three phases. Phase one with 30-MW capacity aims to achieve its COD (Commercial Operation Date) within 2020, while the COD of the next two phases of 30 MW and 20 MW are expected to be in 2021. Vietnam is an attractive country for its high potential, growing needs of electricity and clear policy to promote renewables. These qualities are in line with the project profiles and investment decisions the company has always believed in.”

        For Q2/2018, Banpu Power’s Earnings Before Interest, Taxes, Depreciation and Amortization (EBITDA) stands at THB 2,108 million, a 29-percent increase compared to the previous quarter, and a net profit of THB 1,886 million, which is a significant increase from the previous quarter. The China Power Plants reported THB 1,354 million revenue with the combined heat and power (CHP) plants generating THB 1,143 million, while the solar power plants generated THB 211 million. The decrease of 34 percent compared to the previous quarter is due to the seasonality of the electricity and steam demand decrease during the summer, while the CHP Plants still profited from the production and sale of cool water. The share of profit from joint ventures was THB 1,915 million, a 70-percent increase from the previous quarter, due to BLCP Power Plant’s ability to generate power at its full capacity with a support from FX translation gain, resulting in THB 565 million share of profit which is similar to the previous quarter. Hongsa Power Plant, which also performed smooth operation with the support from FX translation gain, reported THB 1,365 million, a 124-percent increase compared to the previous quarter. The results showcase both operational reliability and consistent electricity generation and dispatch as planned.

                The construction of Shanxi Lu Guang Power Project (SLG) in China progresses as planned to ensure both units with 1,320 MW installed capacity are ready for commercial operation by 2019 - 2020. Also developing as planned is the construction of the Mukawa Solar Power Plant in Japan with an installed power-generation capacity of 17 MW, which reached its COD smoothly. When combined with the Wind Power Project investment in Vietnam, Banpu Power now has a total of 28 power plants and power projects in Thailand, Lao PDR, China, Japan and Vietnam, 16 of which have already reached their COD while the remaining 12 are under development. All projects and power plants have a total equity-based power-generation capacity of 2,869 MWe while the capacity of total equity-based power-generation for the power plants which have reached COD is 2,129.2 MWe, with 1,955 MWe from conventional power and 174.2 MW from renewable power.

      “Our long-standing expertise in international operation, experience and credibility in project funding and development, combined with healthy relationships with all stakeholders in every country in which we operate have given Banpu Power the advantage of constantly expanding and growing our business. The Vietnam project is yet more evidence and highlights our growth and expansion since wind power is a renewable power with high reliability. Additionally, our technologies are more efficient than ever and have lower costs, which give us a better opportunity for making profits. Aside from targeted power-generation capacity of 4,300 MWe with 20-percent renewable-based power, sustainable profit for our stakeholders is another area of focus Banpu Power aims to achieve in parallel,” Mr. Sutee concluded.

About Banpu Power

           Banpu Power Public Company Limited operates both conventional and renewable power businesses across Asia-Pacific, including in Thailand, Lao PDR, China, Japan and Vietnam. At present, Banpu Power has a total of 28 power plants/projects. The Company is moving forward to increase power generating capacity according to the strategic plan of balanced growth between conventional power generation, utilizing advanced technologies that are safe and environmental friendly namely High-Efficiency, Low Emissions (HELE), and renewables in order to become a sustainable power industry leader at the regional level. As of 30th June 2018, Banpu Power’s assets totaled THB 50,712 million, an increase of THB 3,014 million compared to total assets as of 31st December 2017.

         

Click Donate Support Web

468x60 16

BIT FUN728x90

yobit 560 60

8

468x60 bit

468x60 DOG

ooKbee1

corehoon NEW2

 

 

ข่าวล่าสุด!!