หมวดหมู่: พาณิชย์

1aaa1aการจดทะเบียน

บริษัทตั้งใหม่ส.ค. 5,538 ราย จับตาธุรกิจขนส่ง ทำความสะอาดโต ท่องเที่ยวเริ่มฟื้น

       กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเผยบริษัทตั้งใหม่เดือนส.ค.63 มีจำนวน 5,538 ราย ลดลง 7% เหตุโควิด-19 ยังเป็นปัจจัยกดดัน แต่ทิศทางเริ่มดีขึ้น คนมั่นใจลงทุนทำธุรกิจมากขึ้น หลังเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว รัฐบาลเร่งกระตุ้นการใช้จ่ายและมีมาตรการเยียวยา จับตาธุรกิจขนส่งและขนถ่ายสินค้ายังมาแรง ตามด้วยธุรกิจทำความสะอาด คาดธุรกิจเกี่ยวเนื่องท่องเที่ยวกลับมาขยายตัวแน่ มั่นใจทั้งปี ตั้งใหม่ 65,000-70,000 ราย

       นางโสรดา เลิศอาภาจิตร์ รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า การจดทะเบียนธุรกิจในเดือนส.ค.2563 มีผู้ประกอบธุรกิจยื่นขอจดทะเบียนจัดตั้งห้างหุ้นส่วนบริษัทใหม่ทั่วประเทศจำนวน 5,538 ราย เมื่อเทียบกับเดือนก.ค.ที่ผ่านมา ลดลง 2% และเทียบเดือนส.ค.2562 ลดลง 7% เนื่องจากผู้ประกอบการยังกังวลสถานการณ์โควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ แต่ทิศทางเริ่มดีขึ้นต่อเนื่อง หลังเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว รัฐบาลเร่งกระตุ้นการใช้จ่าย เร่งการลงทุน และมีมาตรการเยียวยาออกมาต่อเนื่อง ทำให้ผู้ประกอบการมีความมั่นใจในการทำธุรกิจเพิ่มขึ้น

      สำหรับ ธุรกิจที่มีการตั้งใหม่ในเดือนส.ค.2563 สูงสุด 3 อันดับแรก คือ ก่อสร้างอาคารทั่วไป อสังหาริมทรัพย์ และขนส่งและขนถ่ายสินค้ารวมถึงคนโดยสาร ซึ่งเป็นธุรกิจที่เติบโตต่อเนื่อง ในช่วงโควิด-19 นับตั้งแต่เดือนพ.ค.2563 เป็นต้นมา และคาดว่าจะมีแนวโน้มโตต่อเนื่อง โดยมีทุนจดทะเบียนมูลค่า 14,316 ล้านบาท เทียบกับก.ค.2563 ลดลง 14% เทียบกับส.ค.2562 ลดลง 17%

      อย่างไรก็ตาม มีธุรกิจที่น่าจังตา คือ ธุรกิจทำความสะอาด ที่มีการจัดตั้งทำธุรกิจใหม่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจรายย่อย เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 และยังประเมินว่าแนวโน้มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว ทั้งบริษัททัวร์ ภัตตาคารและร้านอาหาร น่าจะกลับมาฟื้นตัวได้ดีขึ้น หลังจากที่รัฐบาลมีนโยบายกระตุ้นและส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศ

       ส่วนธุรกิจเลิกกิจการ มีจำนวน 1,337 ราย เทียบกับก.ค.2563 เพิ่มขึ้น 6% และเทียบกับส.ค.2562 ลดลง 24% มีมูลค่าทุนจดทะเบียนจำนวน 5,408 ล้านบาท เทียบกับก.ค.2563 ลดลง 29% และเทียบกับส.ค.2562 ลดลง 81% โดยธุรกิจที่เลิกกิจการสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ภัตตาคารและร้านอาหาร

       ขณะที่ยอดรวมการจัดตั้งธุรกิจใหม่ในช่วง 8 เดือนปี 2563 (ม.ค.-ส.ค.) มีจำนวน 44,542 ราย ลดลง 12% ทุนจดทะเบียนรวม 135,601 ล้านบาท ลดลง 14% และธุรกิจเลิกกิจการ มีจำนวน 8,825 ราย ลดลง 12% ทุนจดทะเบียน 39,423 ล้านบาท ลดลง 34% โดยคาดว่าปี 2563 ทั้งปี จะมีการจดตั้งธุรกิจใหม่ประมาณ 65,000-70,000 ราย

       ทั้งนี้ ล่าสุดมีธุรกิจดำเนินกิจการอยู่ทั้งสิ้น (ณ วันที่ 31 ส.ค.2563) มีจำนวน 770,278 ราย มูลค่าทุน 18.57 ล้านล้านบาท แยกเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัด ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล จำนวน 187,176 ราย คิดเป็น 24.30% บริษัทจำกัด จำนวน 581,827 ราย คิดเป็น 75.53% และบริษัทมหาชนจำกัด จำนวน 1,275 ราย คิดเป็น 0.17% ตามลำดับ

การจดทะเบียนธุรกิจประจำเดือนสิงหาคม 2563 กรมพัฒนาธุรกิจการค้า

       นางโสรดา เลิศอาภาจิตร์ รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า แถลงข่าวการจดทะเบียนธุรกิจของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ประจำเดือนสิงหาคม 2563 โดยมีรายละเอียด ดังนี้

ผลการจดทะเบียนธุรกิจ

ธุรกิจจัดตั้งใหม่เดือนสิงหาคม 2563

               - จำนวนธุรกิจจัดตั้งใหม่ มีผู้ประกอบธุรกิจยื่นขอจดทะเบียนจัดตั้งห้างหุ้นส่วนบริษัทใหม่ทั่วประเทศ ในเดือนสิงหาคม 2563 จำนวน 5,538 ราย โดยมีมูลค่าทุนจดทะเบียนจำนวน 14,316 ล้านบาท 

              -   ประเภทธุรกิจจัดตั้งใหม่สูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป จำนวน 548 ราย คิดเป็น 10% รองลงมา คือ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จำนวน 284 ราย คิดเป็น 5% และอันดับ 3 คือ ธุรกิจขนส่งและขนถ่ายสินค้า รวมถึง คนโดยสาร จำนวน 162 ราย คิดเป็น 3% ตามลำดับ

              -   ธุรกิจจัดตั้งใหม่แบ่งตามช่วงทุน โดยช่วงทุนที่มีจำนวนรายธุรกิจจัดตั้งใหม่ทั่วประเทศมากที่สุด ได้แก่ ช่วงทุนไม่เกิน 1 ล้านบาท มีจำนวน 4,059 ราย คิดเป็น 73.30% รองลงมาช่วงทุนมากกว่า 1-5 ล้านบาท จำนวน 1,395 ราย คิดเป็น 25.19% ลำดับถัดไป คือ ช่วงทุนมากกว่า 5-100 ล้านบาท มีจำนวน 75 ราย คิดเป็น 1.35% และช่วงทุนมากกว่า 100 ล้านบาท จำนวน 9 ราย คิดเป็น 0.16% ตามลำดับ

ธุรกิจเลิกประกอบกิจการเดือนสิงหาคม 2563

               - จำนวนธุรกิจเลิกประกอบกิจการ ประจำเดือนสิงหาคม 2563 มีจำนวน 1,337 ราย โดยมีมูลค่า ทุนจดทะเบียนจำนวน 5,408 ล้านบาท ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มการเลิกกิจการในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา

               - ประเภทธุรกิจเลิกประกอบกิจการสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป จำนวน 115 ราย คิดเป็น 9% รองลงมาคือ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จำนวน 65 ราย คิดเป็น 5% และธุรกิจบริการด้านอาหารในภัตตาคาร/ร้านอาหาร จำนวน 38 ราย คิดเป็น 3% ตามลำดับ 

               -  ธุรกิจเลิกประกอบกิจการแบ่งตามช่วงทุน โดยช่วงทุนที่มีจำนวนรายธุรกิจเลิกประกอบกิจการทั่วประเทศ มากที่สุด ได้แก่ ช่วงทุนไม่เกิน 1 ล้านบาท จำนวน 921 ราย คิดเป็น 68.89% รองลงมาช่วงทุนมากกว่า 1- 5 ล้านบาท จำนวน 343 ราย คิดเป็น 25.65% ลำดับถัดไป คือ ช่วงทุนมากกว่า 5-100 ล้านบาท จำนวน 65 ราย คิดเป็น 4.86% และช่วงทุนมากกว่า 100 ล้านบาท มีจำนวน 8 ราย คิดเป็น 0.60% ตามลำดับ

ธุรกิจดำเนินกิจการอยู่ ณ เดือนสิงหาคม 2563

              - ธุรกิจดำเนินกิจการอยู่ทั้งสิ้น (ณ วันที่ 31 ส.ค. 63) ธุรกิจที่ยังคงดำเนินกิจการอยู่ทั่วประเทศ จำนวน770,278 ราย มูลค่าทุน 18.57 ล้านล้านบาท จำแนกเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัด/ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล จำนวน 187,176 ราย คิดเป็น 24.30% บริษัทจำกัด จำนวน 581,827 ราย คิดเป็น 75.53% และบริษัทมหาชนจำกัด จำนวน 1,275 ราย คิดเป็น 0.17% ตามลำดับ

              - ธุรกิจดำเนินกิจการอยู่แบ่งตามช่วงทุน ธุรกิจส่วนใหญ่มีช่วงทุนไม่เกิน 1 ล้านบาท จำนวน 454,946 ราย คิดเป็น 59.06% รวมมูลค่าทุน 0.40 ล้านล้านบาท คิดเป็น 2.16% รองลงมา คือ ช่วงทุนมากกว่า 1-5 ล้านบาท จำนวน 227,285 ราย คิดเป็น 29.51% รวมมูลค่าทุน 0.75 ล้านล้านบาท คิดเป็น 4.04% ช่วงถัดไปคือ ช่วงทุนมากกว่า 5-100 ล้านบาท จำนวน 72,125 ราย คิดเป็น 9.36% รวมมูลค่าทุน 1.96 ล้านล้านบาท คิดเป็น 10.56% และช่วงทุนมากกว่า 100 ล้านบาท จำนวน 15,922 ราย คิดเป็น 2.07% รวมมูลค่าทุน 15.45 ล้านล้านบาท คิดเป็น 83.24% ตามลำดับ

การลงทุนประกอบธุรกิจในไทยภายใต้กฎหมายต่างด้าว

เดือนสิงหาคม 2563

              - เดือนสิงหาคม 2563 มีการอนุญาตให้คนต่างชาติประกอบธุรกิจทั้งสิ้น มีจำนวน 58 ราย แบ่งเป็นใบอนุญาตประกอบธุรกิจ จำนวน 21 ราย และหนังสือรับรองประกอบธุรกิจ จำนวน 37 ราย โดยมีเม็ดเงินลงทุนทั้งสิ้น 9,089 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนกรกฎาคม 3,804 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 72 เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า

             -  นักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในไทยมากที่สุด ได้แก่ ญี่ปุ่น จำนวน 21 ราย เงินลงทุน 7,159 ล้านบาท รองลงมา ได้แก่ สหรัฐอเมริกา จำนวน 5 ราย เงินลงทุน 39 ล้านบาท และจีน จำนวน 2 ราย เงินลงทุน 125 ล้านบาท

การให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเดือนสิงหาคม 2563

      กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ดำเนินการตามนโยบายรัฐบาลดิจิทัล และ พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวก เพื่อลดต้นทุน ลดเวลา และลดการใช้กระดาษ โดยพัฒนางานบริการทุกกระบวนการของกรมผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ ให้ผู้ใช้บริการยื่นขอรับบริการได้ทุกที่ ทุกเวลาได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว และประกาศกรมเรื่องการให้บริการ ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา

การบริการหนังสือรับรองข้อมูลนิติบุคคลทางอิเล็กทรอนิกส์และผลักดันการใช้ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์

       กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้ยกระดับการเป็นหน่วยงานรัฐบาลดิจิทัล โดยการใช้ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Digital Signature) มาให้บริการ ซึ่งการบริการ e-Service เป็นการบริการขอหนังสือรับรองผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยขอรับข้อมูลได้ผ่านช่องทาง Walk in EMS Delivery และการออกหนังสือรับรองรูปแบบไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ (E-Certificate File) มีจำนวนการใช้บริการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2563 (ม.ค.-ส.ค.) มีจำนวน 342,002 ราย คิดเป็นร้อยละ 30 ของการให้บริการผ่านระบบ e-Service และรองรับการให้บริการสู่การบริการหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของชาวต่างชาติและสมาคมการค้า หนังสือรับรองภาษาอังกฤษ ทั้งนี้ การขอรับบริการทางอิเล็กทรอนิกส์ นอกจากผ่านทาง www.dbd.go.th แล้ว สามารถขอรับบริการผ่านทาง Application DBD e- Service ได้ทั้งระบบ Android และ IOS

       การให้บริการขอหนังสือรับรอง และรับรองสำเนาเอกสารนิติบุคคล ที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (ส่วนกลาง) และสำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้า เขต 1-6 ให้ขอรับบริการได้เฉพาะทางอิเล็กทรอนิกส์ (DBD e-Service) ผ่านเว็บไซต์ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (www.dbd.go.th) เท่านั้น ตั้งแต่วันที่ 20 เมษายน 2563

       กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ร่วมมือกับธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ปรับลดอัตราค่าบริการหนังสือรับรอง รับรองสำเนาเอกสารนิติบุคคลทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านธนาคาร (e-Certificate) รับรองสำเนาเอกสารทะเบียน งบการเงิน/บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น จาก 1-5 หน้าแรก 100 บาท หน้าถัดไปหน้าละ 20 บาท เป็น หน้าละ 20 บาท โดยไม่กำหนดอัตราเริ่มต้น

        เมื่อวันพุธที่ 16 กันยายน 2563 นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และ นางโสรดา เลิศอาภาจิตร์ รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ขึ้นรับรางวัลเลิศรัฐ สาขาบริการภาครัฐ ระดับดีเด่น ประเภทนวัตกรรมการบริการหนังสือรับรองนิติบุคคลรูปแบบไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ (e-Certificate File) โดยคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ซึ่งการให้บริการหนังสือรับรองนิติบุคคลรูปแบบไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ (e-Certificate File) เป็นนวัตกรรมที่ตอบโจทย์การทำธุรกรรมของผู้ประกอบการในปัจจุบัน กรมได้นำเทคโนโลยี การลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Digital Signature) ที่มีความปลอดภัยสูงมาใช้ในการให้บริการ โดยสามารถ ใช้บริการหนังสือรับรองนิติบุคคลรูปแบบไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ (e-Certificate File) ผ่านเว็บไซต์กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (www.dbd.go.th)

DBD e - Filing การนำส่งงบการเงินผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์

       การนำส่งงบการเงินของนิติบุคคลที่มีรอบปีบัญชีสิ้นสุดปี 2562 ณ วันที่ 31 สิงหาคม 2563 มีนิติบุคคลนำส่งงบการเงินแล้ว จำนวน 568,152 ราย คิดเป็น 79% ของนิติบุคคลที่ต้องนำส่งงบการเงิน โดยนำส่งผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ (DBD e-Filing) จำนวน 557,224 ราย คิดเป็น 98% และนำส่งในรูปแบบกระดาษ จำนวน 10,928 ราย คิดเป็น 2% ทั้งนี้การนำส่งงบการเงินและบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นสามารถนำส่งได้ทุกที่ ทุกเวลา และสามารถตรวจสอบข้อมูลงบการเงินผ่าน DBD Data Warehouse และ DBD e-Service ผ่าน Application ได้อย่างรวดเร็ว

       จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิค 19 เพื่อให้การนำส่งงบการเงินและบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นของนิติบุคคลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ กรมฯ ได้มีมาตรการแก้ไขสถานการณ์การแพร่ระบาด ดังนี้

       - ให้บริษัทจำกัด บริษัทมหาชนจำกัด สมาคมการค้า และหอการค้า รายใดที่ได้รับผลกระทบจาก การแพร่ระบาดของโรคโควิค 19 จนทำให้เกิดเหตุขัดข้องไม่สามารถจัดประชุมหรือจัดประชุมล่าช้าเกินกว่าระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด และเมื่อได้ดำเนินการจัดประชุมแล้ว ให้มีหนังสือชี้แจงเหตุผลยื่นต่อนายทะเบียนเป็นรายกรณีไป

     - ให้การยื่นงบการเงินของห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน บริษัทจำกัด และบริษัทมหาชนจำกัด นิติบุคคล ที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศที่ประกอบธุรกิจในประเทศไทย และกิจการร่วมค้าตามประมวลรัษฎากร การยื่นสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นของบริษัทจำกัด บริษัทมหาชนจำกัด การยื่นสำเนารายงานประจำปี และสำเนารายงานการประชุมผู้ถือหุ้น ของบริษัทมหาชนจำกัด สามารถยื่นผ่านทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ (DBD e-Filing) ได้

       ทั้งนี้ กรมจึงขอประชาสัมพันธ์ให้นิติบุคคลเตรียมความพร้อมการดาว์นโหลดไฟล์ Excel บอจ.5 เพื่อกรอกบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นและดาวน์โหลดไฟล์งบการเงิน Excel เวอร์ชั่น 2 เพื่อกรอกงบการเงินตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป โดยศึกษาวิธีการใช้งานได้ที่ www.dbd.go.th เลือก บริการออนไลน์  ระบบนำส่งงบการเงิน ทางอิเล็กทรอนิกส์ (DBD e-Filing) โดยดาวน์โหลดวีดิทัศน์ไฟล์งบการเงิน Excel เวอร์ชั่น 2 และวิธีกรอกไฟล์ Excel บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น เพื่อนำส่งได้อย่างถูกต้องครบถ้วน

e-Certificate บริการระบบหนังสือรับรอง และรับรองสำเนาเอกสารนิติบุคคลทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านธนาคาร

       กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้ดำเนินการพัฒนาต่อยอดระบบการให้บริการหนังสือรับรอง และรับรองสำเนาเอกสารนิติบุคคลทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านธนาคาร (e-Certificate) ซึ่งเปิดให้บริการตั้งแต่ปี 2555 และผ่านการรับรองระบบพิมพ์ออกฯ จากสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) จึงเป็นนวัตกรรมที่สามารถบริการประชาชนได้อย่างทั่วถึง สะดวก รวดเร็วและมีความน่าเชื่อถือ และเป็นไปตามกฎหมายที่กำหนด ทำให้ภาคธุรกิจและประชาชนผู้สนใจสามารถติดต่อขอรับบริการ ณ สาขาธนาคารใกล้บ้านที่เข้าร่วมโครงการได้รวมทั้งสิ้น 10 ธนาคาร จำนวน 3,835 สาขา

e-Secured จดทะเบียนสัญญาหลักประกันทางธุรกิจแบบอิเล็กทรอนิกส์

      กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้เปิดให้บริการจดทะเบียนสัญญาหลักประกันทางธุรกิจแบบอิเล็กทรอนิกส์ อย่างครบวงจร ผ่าน Web Application และ Web Service แบบ Host to Host และชำระค่าธรรมเนียมผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Payment) และออกใบเสร็จรับเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Receipt) โดยเจ้าพนักงานทะเบียนลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Digital Signature) รวมถึงสามารถตรวจค้นข้อมูลหลักประกันทางธุรกิจเบื้องต้นผ่านเว็บไซต์ www.dbd.go.th หรือผ่านระบบ mobile application (ios และ android) บนสมาร์ทโฟน โดยตั้งแต่ 4 กรกฎาคม 2559 จนถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2563 มีการจดทะเบียนสัญญาหลักประกันทางธุรกิจ จำนวน 544,010 คำขอ มูลค่าทรัพย์สินที่นำมาเป็นหลักประกัน จำนวน 8,537,680 ล้านบาท โดยมีการนำทรัพย์สินที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจและใช้ประกอบธุรกิจมาเป็นหลักประกันทางธุรกิจได้โดยไม่ต้องส่งมอบทรัพย์สิน

      สำหรับ เดือนสิงหาคม 2563 มีการจดทะเบียนสัญญาหลักประกันทางธุรกิจ จำนวน 7,310 คำขอ มูลค่าทรัพย์สินที่นำมาเป็นหลักประกัน จำนวน 141,353 ล้านบาท ทั้งนี้ทรัพย์สินที่นำมาเป็นหลักประกันทางธุรกิจ มากที่สุด ได้แก่ สังหาริมทรัพย์ที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ เช่น เครื่องจักร สินค้าคงคลัง คิดเป็น 56.91% (มูลค่า 80,437 ล้านบาท) รองลงมาคือ สิทธิเรียกร้อง เช่น บัญชีเงินฝาก ลูกหนี้การค้า สิทธิการเช่า คิดเป็น 43.08% (มูลค่า 60,901 ล้านบาท) กิจการ มีการจดทะเบียน คิดเป็น 0.01% (มูลค่า 15 ล้านบาท) และ ไม้ยืนต้น คิดเป็น 0.0002% (มูลค่า 223,600 บาท) และมีผู้รับหลักประกัน รวมจำนวนทั้งสิ้น 266 ราย

e-Registration การจดทะเบียนนิติบุคคลทางอิเล็กทรอนิกส์

        การจดทะเบียนนิติบุคคลทางอิเล็กทรอนิกส์ ตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม 2560 - 31 สิงหาคม 2563 มีการยืนยันการใช้งาน (Activate) จำนวน 67,406 ราย รับจดทะเบียน 30,412 ราย ซึ่งกรมได้มีการเตรียมการพัฒนาระบบให้อำนวยความสะดวกเพิ่มขึ้น ทั้งด้านการยืนยันตัวตนนิติบุคคลและการใช้ระบบงาน รวมถึงการเชื่อมโยง เพื่อสร้างความพร้อมในการดำเนินธุรกิจให้แก่ SME ทั้งด้านการเงินและซอฟแวร์ รวมทั้งการให้บริการสำเนาเอกสารทะเบียนนิติบุคคลรูปแบบไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ของนิติบุคคลที่จดทะเบียนผ่านระบบ e-Registration

DBD Connect เชื่อมระบบบัญชีสู่การยื่นงบการเงินออนไลน์ (DBD e-Filing)

       กรมฯ ร่วมกับผู้ผลิตซอฟแวร์บัญชีชั้นนำของประเทศ จำนวน 16 ราย (20 โปรแกรม) พัฒนาการเชื่อมโยงซอฟต์แวร์บัญชีกับระบบการนำส่งงบการเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ (DBD e-Filing) แบบอัตโนมัติ ผ่านระบบ DBD Connect อำนวยความสะดวกการจัดทำบัญชีและงบการเงินสำหรับนักบัญชีให้สามารถนำส่งงบการเงิน ในรูปแบบ XBRL ที่เชื่อมโยงข้อมูลทางบัญชีพร้อมนำส่งงบการเงินผ่าน DBD e-Filing ได้โดยตรง และไม่ต้อง คีย์ข้อมูลงบการเงินซ้ำ

การบริหารจัดการธุรกิจแบบครบวงจร (Total Solution for SMEs) และ e-Accounting for SMEs

   Total Solution for SMEs เป็นการขับเคลื่อน SMEs ด้วยนวัตกรรม โดยส่งเสริมให้ธุรกิจเข้าถึงเทคโนโลยีในการบริหารจัดการธุรกิจที่ครบวงจรได้โดยง่าย เปลี่ยน Traditional SMEs เป็น Smart SMEs ซึ่งกรม ได้รวบรวมโปรแกรมด้านการบริหารจัดการทั้ง 3 ภาคส่วนไว้ด้วยกันคือ โปรแกรมสำนักงาน (Office) โปรแกรมหน้าร้าน (POS) โปรแกรมบัญชี online (Cloud Accounting) ปัจจุบันมีซอฟต์แวร์ที่เข้าร่วมโครงการรวมทั้งสิ้น 25 โปรแกรม

      นอกจากนี้ กรมฯ ยังได้แจกฟรี โปรแกรม e-Accounting for SMEs ซึ่งเป็นโปรแกรมหน้าร้าน (POS) ที่จะช่วยอำนวยความสะดวกในการค้าขาย เช่น มี Scanner เพื่อซื้อขายสินค้าในตัว มีฐานข้อมูลของสินค้ามากกว่า 10,000 รายการ เป็นต้น โดยร้านค้าสามารถสมัครขอใช้งานโปรแกรม e-Accounting for SMEs ได้ผ่านทางโครงการ Total Solution for SMEs หรือดาวน์โหลดได้ที่ Google Play Store ในระบบ Android

DBD Data Warehouse

       กรมได้พัฒนาระบบสารสนเทศให้มีความสมบูรณ์หลากหลาย และสามารถจัดทำผลวิเคราะห์ เพื่อเผยแพร่ข้อมูลธุรกิจ ประกอบด้วยข้อมูลนิติบุคคล ข้อมูลและวิเคราะห์งบการเงิน ข้อมูลซัพพลายเออร์ลูกค้า คู่ค้าทางธุรกิจ ข้อมูลโอกาสทางธุรกิจ ข้อมูลการลงทุนจากต่างชาติในนิติบุคคลไทย รวมทั้งข้อมูลสถิติการจดทะเบียนนิติบุคคล ซึ่งจะเป็นการเพิ่มโอกาสให้ SMEs สามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูล พร้อมทั้งนำข้อมูลธุรกิจไปสนับสนุนการตัดสินใจในการประกอบธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว โดยในปี 2563 (ม.ค.-ส.ค.) มีจำนวนผู้ใช้บริการทั้งสิ้นจำนวน 5,871,236 ครั้ง

COREHOON

******************************************

line logotwitterLike1 Share3Like1 Share1กด Like - Share  เพจ Corehoon-Power Time เพื่อติดตามเคล็ดลับ ข่าวสาร เทรนด์ และบทวิเคราะห์ดีๆ อัพเดตทุกวัน คัดสรรมาเพื่อท่านนักลงทุนโดยเฉพาะ

 Click Donate Support Web

FBS728

EXNESS

SAM720x100px bgGC 790x90

SME720 x 100banpu 720x90 new1 1

ooKbee1

corehoon NEW2

 

 

ข่าวล่าสุด!!