หมวดหมู่: บทวิเคราะห์

บล.คิงส์ฟอร์ด : บทวิเคราะห์ตลาดหุ้นรายวัน 28-5-2020k f

Market Wrap-Up

  • •   SET ปิดวันที่ 27 พ.ค.63 ปิด +9.02 จุด อยู่ที่ 1,345.11 จุด มูลค่าการซื้อขาย 78,673 ลบ.ต่างชาติขาย 1,823 ลบ. สถาบันซื้อ 1,669 ลบ. พอร์ตโบรกขาย 402 ลบ.ยอด NVDR มียอดซื้อสุทธิอยู่ที่ 238 ลบ.โดยมียอดซื้อหุ้น TASCO,TCAP,SCC,SCB,KKP และมียอดขายหุ้น MINT,AOT,PTT,CPALL,EGCO มูลค่า Short Sales อยู่ที่ระดับ 625 ลบ หุ้นที่มีมูลค่า Short สูงคือ MINT,TRUE,CPF โดยนักลงทุนต่างประเทศมีสถานะ Long ใน Index Futures จำนวน 1,278 สัญญาและมียอด Long สะสมตั้งแต่ต้นปีอยู่ที่ 106,214 สัญญา นักลงทุนต่างชาติขายพันธบัตรจำนวน 1,593 ลบ.
  • •   ตลาดหุ้นสหรัฐ Down Jones ปิด +2.21% , S&P500 +1.48%, Nasdaq +0.77% ได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มสถาบันการเงิน, สายการบินและธุรกิจเรือสำราญ ตอบรับการเปิดเศรษฐกิจของ 50 รัฐในสหรัฐ ส่วนประเด็นข้อขัดแย้งกับจีนนั้น รมว.ต่างประเทศ ไมค์ ปอมเปโอ ให้ความเห็นว่าฮ่องกงไม่เป็นอิสระจากจีน ซึ่งจะส่งผลต่อสิทธิ์ประโยชน์ภาษีการค้ากับสหรัฐ ตลาดหุ้นยุโรป Stoxx600 ปิด +0.24 % ตอบรับข่าวการจัดตั้งกองทุน 1.85 ลล.ยูโร เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจกลุ่มยุโรป รวมถึงเงินเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากไวรัสระบาด ส่งผลให้หุ้นกลุ่มธนาคารยุโรป, ธุรกิจเดินทาง และยานยนต์ปรับเพิ่มขึ้น

Market View

  • •   ภาวะการการลงทุนได้ปัจจัยหนุนการเริ่มเปิดเศรษฐกิจใน 50 รัฐของอเมริกา เช่นเดียวกับการผ่อนคลายมาตรการล็อคดาวน์ในอังกฤษ สเปน และเยอรมัน ส่งผลให้หุ้นกลุ่มสายการบิน ธุรกิจท่องเที่ยว สถาบันการเงิน ที่ถูกผลกระทบรุนแรงช่วงไวรัสระบาดเริ่มฟื้นตัว ขณะที่การประชุม EC ได้เสนอมาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจกลุ่มยูโรโซนวงเงิน 1.85 ลล.ยูโร แบ่งเป็นเงินช่วยเหลือระยะยาว 1.1 ล.ยูโร และกองทุนฟื้นฟูและเยียวยาอีก 7.5 แสน ล.ยูโร โดยแบ่งเป็นเงินให้เปล่า 5 แสน ล.ยูโรและ 2.5 แสน ล.ยูโรเป็นเงินกู้ให้อิตาลี สเปน ที่ได้รับผลกระทบรุนแรง ส่วนประเด็น กม.ความมั่นคงฉบับใหม่ที่จีนจะใช้ควบคุมฮ่องกง นั้น รมว.ต่างประเทศสหรัฐเผยอาจกระทบต่อสิทธิ์ภาษีการค้าที่ให้กับฮ่องกง เนื่องจากขาดความเป็นอิสระจากจีน และอาจยื่นประเด็นดังกล่าวให้ UN พิจารณา แต่ภาพรวมนักลงทุนยังให้น้ำหนักกับการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจมากกว่า สำหรับดัชนีหุ้นไทยวานนี้ปิด +0.68 % สถาบันซื้อ 1.66 พัน ลบ. ได้แรงหนุนจากหุ้นขนส่งทางอากาศ, สายการบิน, โรงแรม, โรงพยาบาล หลังรัฐบาลเตรียมปลดล็อกเฟส 3 ในการประชุม ศบค. วันพรุ่งนี้ ส่วนการเปิดการบินคาดจะอยู่ในช่วง ก.ค. นี้ ขณะที่กลุ่มธนาคารพาณิชย์ที่ Laggard เริ่มปรับขึ้นจากแนวโน้มการปล่อยสินเชื่อมีโอกาสปรับเพิ่มขึ้น ตามการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ

Daily Strategy

  • •   วาง Filter แนวรับดัชนี SET ที่ 1,330 จุด หากยืนได้ดัชนียังอยู่ในแนวโน้ม Sideway Up โดยมีแนวต้าน 1,360 จุด โดยให้เพิ่มความระมัดระวังหากดัชนีปรับขึ้นสูงกว่าระดับดังกล่าว แนะนำซื้อเก็งกำไร TISCO, TCAP, KKP, SAT, AH (+รัฐอาจพิจาณาลดภาษีรถยนต์ )
  • •   AH (ซื้อเก็งกำไร / ราคาเป้าหมาย 10.00 บาท) ผู้ผลิตชื้นส่วนยานยนต์เริ่มมีความหวังจากการลุ้นออกมาตรการช่วยเหลือของรัฐบาล เช่นการปรับลดภาษีสรรพสามิต รถเก่าแลกรถใหม่ เพื่อกระตุ้นยอดขายในประเทศ ส่วนประเด็นของ AH คาดรายได้จากการขายและบริการปี 63 จะยังทรงตัวใกล้เคียงกับปีก่อนจากการรวมงบอาปิโก ไมอา (Portugal) เข้ามาราว 3.3 พันล้านบาทต่อปี ช่วยชดเชยธุรกิจผลิตชิ้นส่วนในประเทศไทยที่อ่อนตัวตามอุตสาหกรรม ซึ่งคาดผลกระทบจะหนักสุดใน 2Q63 จากการที่ลูกค้าค่ายรถยนต์รายหลักในประเทศทั้ง Isuzu, AAT (Mazda/Ford) ประกาศหยุดสายการผลิตชั่วคราวหนี COVID-19 อย่างไรก็ตามมอง Downside ค่อนข้างต่ำด้วยราคาหุ้นปัจจุบันเทรดต่ำ Book มากแค่ 0.4 เท่า Laggard เมื่อเทียบกับ SAT ที่ขึ้นมาเทรดที่ 0.7-0.8 เท่า
  • •   BH (ซื้อเก็งกำไร / ราคาเป้าหมาย Bloomberg Consensus 119.09 บาท) สัดส่วนของรายได้จากผู้ป่วยต่างชาติอยู่ที่ 55%ต่อได้รายได้รวม มีโอกาสปรับตัวขึ้นตาม sentiment นักลงทุนที่เกิดขึ้นจากการผ่อนคลายมาตรการภาครัฐเฟส3 โดย คาดว่าไฟล์บินระหว่างประเทศจะสามารถกลับมาให้บริการได้ในเดือน ก.ค. นอกจากนี้โปรโมชั่นและมาตรการต่างๆของโรงพยาบาลระหว่างที่เกิดโรคระบาด Covid-19 สามารถทำได้ดี อาทิเช่น การให้บริการ Drive through สำหรับการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ การปรึกษาแพทย์ผ่านมือถือ Telemedicine เป็นต้น โดย Bloomberg Consensus ประเมินกำไรสุทธิ ปี63 และ 64 ไว้ที่ 2,868 ลบ.(-23.48%YoY) 3,521 ลบ. (+22.76%YoY) ตามลำดับ

Daily Key Factors

Oil Update (-) WTI Futures ก.ค.ปิด -1.54 ดอลลาร์ อยู่ที่ 32.81 ดอลลาร์/บาร์เรล Brent Futures ก.ค. ปิด -1.43 ดอลลาร์ อยู่ที่ 34.74 ดอลลาร์/บาร์เรล โดยรัสเซียต้องการขยับเพิ่มกำลังการผลิตตั้งแต่ ก.ค. นี้ หลังอุปสงค์ความต้องการใช้น้ำมันเริ่มกลับคืนสู่ภาวะปกติ แต่ทางซาอุ ฯ ยังไม่เห็นด้วย สำหรับการประชุม Opec จะมีขึ้นในวันที่ 910 มิ.ย. ส่วนค่ำวันนี้ติดตาม EIA จะรายงานสต็อคน้ำมันดิบสหรัฐสัปดาห์ที่ผ่านมาคาดลดลง 1.2 ล.บาร์เรล  

Gold Update (-) Gold Futures ส.ค.ปิด -1.40 ดอลลาร์ อยู่ที่ 1,726.80 ดอลลาร์/ออนซ์ ลดการถือสินทรัพย์ปลอดภัย หลังประเทศต่าง ๆ เริ่มคลายมาตรการล็อกดาวน์ ขณะที่อุปสงค์จากจีนและอินเดียที่เป็นผู้ซื้อทองคำรายใหญ่ยังคงอ่อนแอ ส่วนดัชนี Dollar Index แข็งค่า +0.17 % อยู่ที่ 99.069

Fund Flow (-) Fund Flow ต่างชาติในตลาด TIP วานนี้ขายสุทธิ -79.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ   ขายหุ้นไทย -57.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขายหุ้นอินโด -18.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และขายหุ้นฟิลิปปินส์ -4.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

(0) ค่าเงินบาทเช้านี้ทรงตัว อยู่ที่ 31.886 บาทดอลลาร์สหรัฐ

(-) ดัชนี BDI ปิด -4.00 อยู่ที่ 502 จุด

(0) ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ 10 ปี อยู่ที่ 0.692 % , 2 ปี อยู่ที่ 0.182 %

(-) ค่าเงินหยวน off-shore อ่อนค่าอยู่ที่ 7.1810/USD

(-) API รายงานสต็อคน้ำมันสหรัฐสัปดาห์ที่ผ่านมาเพิ่มขึ้น 8.5 ล.บาร์เรล

(+) ประธานเฟดเซ็นต์ หลุยส์ นายเจมส์ บูลลาร์ด เผยภาวะเศรษฐกิจสหรัฐได้ผ่านจุดต่ำสุดแล้ว

Economic Calendar

ในประเทศ

สัปดาห์ที่5   สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.)รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลัง, ภาวะเศรษฐกิจภูมิภาค, ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค

27 พ.ค.   สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม(สศอ.)แถลงดัชนีอุตสาหกรรม

29 พ.ค.   ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)รายงานภาวะเศรษฐกิจไทย

ต่างประเทศ

25 พ.ค.   US วันหยุด - วันระลึกถึงทหารที่จากไป

26 พ.ค.   US รายงานความเชื่อมั่นผู้บริโภคจากซีบี (พ.ค.)

   US ยอดขายบ้านใหม่ (เม.ย.)

28 พ.ค.   US ยอดคำสั่งซื้อสินค้าคงทน (เดือนต่อเดือน) (เม.ย.)

   US ดัชนีจีดีพี (ไตรมาสต่อไตรมาส) (ไตรมาส 1)

   US จำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก

   US ยอดขายบ้านที่รอการปิดการขาย (เดือนต่อเดือน) (เม.ย.)

   US สินค้าคงคลังน้ำมันดิบ

29 พ.ค.     EU ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) (ปีต่อปี) ( พ.ค.)

Theme Strategy

(1) กลุ่ม Defensive Stock BCPG*, BGRIM*, BPP*, GPSC*, GULF*, ADVANC, INTUCH*

(2) กลุ่มที่อิงการบริโภคในประเทศ CPALL*, CBG*, ICHI*, OSP*

(3) กลุ่มรับประโยชน์ ศก.ชะลอ NPL เพิ่ม และสินเชื่อส่วนบุคคล BAM*, CHAYO*, JMT*, MTC*, SAWAD*

(4) กลุ่มส่งออกอาหารเงินบาทอ่อนค่า CPF*, GFPT*, TFG*, TU*, STA*

(5) กลุ่มรับประโยชน์จากราคาน้ำมันขาลง TOP, PTTGC, IVL, PRM*, TASCO*

(6) กลุ่มรับประโยชน์จากปลดล็อก พ.ร.บ.งบประมาณ STEC, SEAFCO*, TASCO*

*หุ้นแนะนำเชิงกลยุทธ์ที่ยังไม่อยู่ใน Coverage ของฝ่ายวิจัย

Asset Allocation: Equity 50% Fixed Income 30% Alternative Investment etc. Gold 10% Cash 10%

Today Fundamental Research: -

Monthly Portfolio May 2020: ADVANC, BJC*, BPP*, CPALL*, CPF*, STA*

Analysts

Apichai Raomanachai           No. 002939

Nopporn Chaykaew               No. 043964

Piyatat Pasommanatsakul     No. 081741  

******************************************

 

line logotwitterLike1 Share3Like1 Share1กด Like - Share  เพจ Corehoon-Power Time เพื่อติดตามเคล็ดลับ ข่าวสาร เทรนด์ และบทวิเคราะห์ดีๆ อัพเดตทุกวัน คัดสรรมาเพื่อท่านนักลงทุนโดยเฉพาะ

 Click Donate Support Web

SAM720x100px bgGC 790x90

SME720 x 100banpu 720x90 new1 1

ooKbee1

corehoon NEW2

 

 

ข่าวล่าสุด!!